วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เหตุในศึกพรีเมียร์ลีกล่าสุดผสมทั้งวิเคราะห์บอลต่างๆได้ที่นี่



เอ็ดวิ่งสิ....วิ่งเข้าไป

วิเคราะห์บอลความคืบหน้าของสโมสร ไม่ใช่แค่ผลงานในสนามหญ้า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การคว้าโทรฟี่มาประดับตู้โชว์ สิ่งสำคัญที่จะทำให้องค์กรเคลื่อนไปข้างหน้าได้คือแนวทาง วิธีคิด และการดำเนินการของผู้บริหาร ความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ใช่ก้าวเล็กๆ ที่ใครคนหนึ่งจะเดินไปได้ด้วยตัวคนเดียว หากแต่เป็นก้าวใหญ่ที่ต้องขยับไปพร้อมๆ กัน

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา หากต้องย้อนกลับไปคงไม่ใช่สิ่งที่แฟน บอล “ปีศาจแดง” อยากพูดถึงสักเท่าไหร่ เพราะความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในหลายๆ ด้าน ทำให้คณะต้องเสียศูนย์จนยืนแทบไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการวางมือของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ทำทีมมานาน 26 ปี ตลอดจนการก้าวลงจากเก้าอี้ประธานสโมสรของ เดวิด กิลล์ ทั้งสองสิ่งเกิดพร้อมๆ กัน แถมยังวางช้อยส์ผิดด้วยการเลือก เดวิด มอยส์ ที่ยังสร้างความสำเร็จติดมือไม่ได้ขึ้นมารับช่วงต่อจาก “เฟอร์กี้” ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ทีมต้องคว่ำไม่เป็นท่า ด้วยการจบฤดูกาลที่อันดับ 7 ไม่มีแชมป์ใดๆ ติดมือ ตลอดจนไม่สามารถคว้าโควต้าไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปได้




ด้วยผลงานเอก 1 เดียวของ เอ็ด จากฤดูกาลที่ผ่านมาก็คือการนำเข้า ฆวน มาต้า จากคู่แข่งอย่างเชลซี

โดยที่ตำแหน่งกุนซือ มอยส์ โดนปลดไป ได้ หลุยส์ ฟาน กัล ที่มีประสบการณ์เข้ามาแทนที่ ถือว่าเป็นการเริ่มใหม่ ที่ไม่มีใครรู้อนาคต แต่ในตำแหน่งผู้บริหาร ได้สองพี่น้อง เกลเซอร์ อย่าง อาฟราม และ โจเอล ลงมานั่งแคร่ประธานร่วมกัน เอ็ด วู้ดเวิร์ด เข้ามาทำหน้าที่แทน เดวิด กิลล์ ที่จริงก็รับมาตั้งแต่ซีซั่นก่อน โดยตำแหน่งแล้วเขาเป็นรองประธาน แต่ก็ทำหน้าที่เหมือน กิลล์ เคยทำทั้งหมด ที่จริงก็รับหน้าที่มาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว แต่การทำงานยังนับว่าช้าและย่ำแย่ในหลายจุด ข้อดีที่ เอ็ด มีคือการดึงเอาสปอร์นเซอร์ มากหน้าหลายตาเข้ามาสนับสนุนเงินทุนของทีมได้แบบไม่หยุดหย่อน ซึ่งถือว่าพอจะตอบแทนสิ่งที่ทีมอาจต้องเสียไปเพราะการไม่ได้ไปเล่นในเวทียุโรปได้บ้าง





ถึงแม้เรื่องการคว้าบิ๊กเนมดูจะเป็นเรื่องยาก แต่ข้อดีของ เอ็ด ก็คือเขาหาเงินเก่ง

โดยที่ เอ็ดเวิร์ด ได้เป็นที่ปรึกษาให้กับครอบครัว เกลเซอร์ ระหว่างที่พยายามเข้าเทคโอเวอร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเมื่อทำสำเร็จ เกลเซอร์ ก็นำเอ็ดเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้กับสโมสร แต่เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กเส้นของเจ้าของทีมรายใหม่เท่านั้น เพราะ วู้ดเวิร์ด ใช้ความสามารถของตัวเอง เดินหน้าเพิ่มมูลค่าของสโมสร เขาทำให้มูลค่ากำไรเชิงพาณิชย์ของพวกจากที่มีอยู่ 48.7 ล้านปอนด์ ในปี 2005 เพิ่มขึ้นเป็น 117.6 ล้านปอนด์ในปี 2012

และผลงานของเอ็ดช่วงฟุตบอลโลกถือว่าบีบวก

เพราะจากนั้นเมื่อ เดวิด กิลล์ วางมือไป เอ็ด ก็ถูกดันขึ้นมาทำหน้าที่แทน โดยมอบหมายให้ลูกน้อยตัวเองอย่าง ริชาร์ด อาร์โนลด์ ทำภาระแทนในตำแหน่งเก่าของตัวเอง แต่ต้องบอกว่าหากไม่นับเรื่องเดิมๆ ทีเคยทำได้ดีแล้ว การนั่งเก้าอี้รองประธานของ เอ็ด สอบไม่ผ่านอย่างแท้จริงในซีซั่นแรก ไม่ว่าจะเป็นตลาดซื้อขายแรก ที่ได้เพียง มารูยาน เฟลไลนี่ มาจาก เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัวแพงเกินความจำเป็น รวมถึง ฆวน มาต้า ในช่วงกลางซีซั่น ด้วยค่าตอบแทนสถิติสโมสร ซึ่งหากหักลบกลับหนี้กันแล้วยังต้องบอกว่าไม่คุ้มอยู่นิดๆ ได้แต่หวังว่าการลงทุนจะออกดอกออกผลในซีซั่นถัดๆ มาได้

จากนั้นเอ็ด เอ่ยปากยอมรับเหมือนกันว่าการทำงานนี้ไม่ง่าย และกดดันมาก แต่เขายืนยันว่าจะพยายามอย่างยิ่งที่จะพาสโมสรผ่านพ้นวิกฤตินี้ พร้อมๆ กับที่ตัวเอง ก็จะก้าวผ่านความอึดอัดที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง โดยมองถึงการประสบความสำเร็จของทีมเป็นที่ตั้ง

และแน่นอนว่าการไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปของทีมทำให้มูลค่าโดยรวมตกลง ยิ่งถ้านับเรื่องการไม่ประสบความสำเร็จในลีกไปด้วยแล้ว ทีมยิ่งเสียหายเป็นเท่าทวี แต่ด้วยบรรดาสปอนเซอร์ หลายรายที่ เอ็ด “วิ่ง” ไปดึงมาอุดรอยรั่วทำให้ทีมไม่ได้เสียหายมากเท่าที่ควรจะเป็น มูลค่าของทีมอาจตกลงมาบ้าง จากเดิม 3.165 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตกลงมาเป็น 2.81 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ไม่ต้องห่วง ปีหน้าได้รายได้จาก อาดิดาส มาจุนเจือเพิ่มแน่ จากการเซ็นอนุสัญญาชุดแข่งมูลค่าเป็นสถิติโลก 750 ล้านปอนด์ ซึ่งนั่นเป็นฝีมือของ เอ็ด ทั้งสิ้น




มีคนกล่าวว่า เอ็ด บ้าที่ปิดประตูเงิน 600 ล้านจากไนกี้ แต่เขาเลือกที่จะเซ็นกับ อาดิดาส ผู้ที่เห้นความสำคัญของแบรนด์ที่ชื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด

เอ็ดได้ให้สัมภาษณ์กับสถานี เอ็มยูทีวี บอกว่ามีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ แต่สิ่งที่แน่นอนคือทีมบริหารของเขาและ ริชาร์ด อาร์โนลด์ วางรากฐานด้านการเงินให้ทีมไว้แล้ว รากฐานอันแข็งแกร่งที่สำคัญอย่างยิ่ง และพร้อมจะเติบโตก้าวหน้าไปตามความสำเร็จในอนาคตภายใต้การคุมทีมของ ฟาน กัล นอกจากนี้รองประธาน “ปีศาจแดง” ยังยืนยันว่าด้วยสภาพการเงินที่แข็งแกร่งในตอนนี้ ทำให้สามารถทำหลายอย่างในตลาดซื้อค้าขายที่ทีมอื่นทำไม่ได้ ถึงขั้นที่ว่าถ้าผู้จัดการทีมเกิดเปลี่ยนใจเรื่องคว้านักเตะกระทันหัน จากอยากได้คนนั้น ไปอยากได้คนนี้แทน เอ็ด บอกว่าทัพ “อสูรแดง” ตอนนี้ ก็มีเงินพอจะตอบสนองตรงจุดนั้นได้


โดยที่ 1 ใน 3 คนนี้หาก เอ็ด คว้าได้คนใดคน 1 ก็ถือว่าฤดูกาลนี้ เอ็ด หล่อล่ะ

งานด้านการบริหาร หรืองานด้านการตลาด เชื่อว่าสาวกของทีมคงหมดข้อกังขาในตัวรองประธานคนนี้แล้ว เชื่อว่าจะนำเอาเงินไหลมาเทมาให้กับทีมได้อย่างไม่ยากเย็น แต่สิ่งที่หลายคนห่วง และอยากให้ เอ็ด “วิ่ง” ต่อไปคือการคว้านักเตะเสริมทีม จุดอ่อนสำคัญคือการที่ทีมไม่ได้ไปเล่น ฟุตบอลสโมสรยุโรป ทำให้บรรดาสตาร์ดังหลายคนเลือกที่จะปฏิเสธการขนส่งมาอยู่ในรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ในเมื่อผู้บริหารยืนยันว่ามีการดำเนินการหลังม่านอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เงินมี กำลังคนก็มี อย่าให้พลาดแบบไม่น่าให้อภัยแบบเมื่อซีซั่นที่แล้วก็แล้วกันนะ เอ็ด ถ้าลูกทีมวิ่งช้าไป ก็วิ่งเองเลยแล้วกัน



ด้านซีอีโอยันผีแดงจ่อที่จะซิวแข้งใหม่ วิดัล-แฟร์มาเล่น-สตรูทมัน -
บลินด์



วู้ดเวิร์ดได้ส่งลางดีโดยปลุกทีม เร้ด อาร์มีส์ ดี๊ด๊า หลังยืนยันสโมสรจ่อได้แข้งใหม่เสริมทัพอีกหลายราย สื่อเชื่อเล็งคว้าบิ๊กเนม วิดัล-แฟร์มาเล่น แต่รับอาจปล่อยแข้งดังพ้นทีมเช่นกัน คาดชื่อโดนโละมีทั้ง ชิชาริโต้ และ เฟลไลนี่

เมื่อเอ็ด วู้ดเวิร์ด ประธานสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยอย่างมั่นใจว่าพวกเขาจะได้ตัวนักเตะใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพอีกหลายรายอย่างแน่นอน หลังกำลังทำงานกันอย่างหนักเพื่อคว้าตัวพ่อค้าแข้งชั้นนำมายังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อเป้าหมายในการกลับไปอยู่บนจุดสูงสุดเหมือนเดิมให้ได้

ถึงแม้ว่าจะได้ถลุงเงินไปแล้วกว่า 50 ล้านปอนด์หรือ 2.7 พันล้านบาท เพื่อดึงตัว ลุค ชอว์ และ อันเดร์ เอร์เรร่า มาร่วมทีม แต่ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมคนใหม่และฝ่ายบริหาร ปีศาจแดง ก็ยังคงเดินหน้าคลำหาหานักเตะอยู่ต่อไปโดยมีเป้าหมายอย่าง 

1.อาร์ตูโร่ วิดัล ทีมยูเวนตุส 
2.ดาลีย์ บลินด์ ทีมอาแจ็กซ์ 
3.เควิน สตรูทมัน ทีมโรม่า 
4.โธมัส แฟร์มาเล่น ทีมอาร์เซน่อล

โดยที่ล่าสุด วู้ดเวิร์ด ส่งสัญญาณดีให้แฟนๆ เร้ด เดวิลส์ ว่า เราทำงานกับ หลุยส์ มาหลายสัปดาห์เรื่องเป้าหมายเสริมทัพและเรากำลังเดินหน้าคว้าตัวเป้าหมายเหล่านั้นกันอยู่ เรายังคงเป็นที่สนใจของนักเตะชั้นนำทั่วโลก นั่นไม่ต้องสงสัยเลย ผมหวังว่าแฟนๆ จะได้เห็นทิศทางที่เรากำลังมุ่งไปกับผู้จัดการทีมคนใหม่ สตาฟฟ์โค้ช และนักเตะ และสัญญาว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อกลับไปอยู่บนจุดสูงสุดให้ได้

พวกเรามีความมุ่งมั่นที่จะลงทุน ไม่มีการเล็กงบประมาณ สถานภาพทางการเงินของเรานั้นแข็งแรงมากๆ และเงินทุนก็มีพร้อมรออยู่แล้ว หลุยส์ กำลังประเมินว่าอะไรจะเกิดขึ้นและกำลังทำงานอย่างหนักอยู่หลังฉาก เพราะฉะนั้นจงจับตามองช่วงเวลานี้ให้ดี

โดยที่ในขณะเดียวกัน วู้ดเวิร์ด ยอมรับด้วยว่านักเตะหลายรายอาจจะย้ายออกจากสโมสรในอนาคตอันใกล้ แม้จะปล่อยนักเตะเก๋าๆ ออกไปหลายรายแล้วก็ตาม โดยแม้จะไม่ได้มีการระบุรายชื่อชัดเจนแต่ก็เป็นที่เชื่อกันว่ากลุ่มแข้งที่เข้าข่ายจะถูกโละนั้นประกอบไปด้วย 

1.ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ชิชาริโต้ 
2.วิลฟรีด ซาฮา
3.มารูยาน เฟลไลนี่
4.แอนเดอร์สัน 
5.ทอม เคลฟเวอร์ลีย์


แข้งกบินทร์ฉาวส่อจะโดนแบนยาว เหตุฟิวส์ขาดโขกเปาหน้าหงาย



เหตุจากอัลมามี่ ซิลล่า กัปตันกบินทร์ ยูไนเต็ด ส่อโดนแบนยาวหลังใช้วรงค์โขกที่ใบหน้าผู้ตัดสิน ในเกมที่บุกไปแพ้ มาบตาพุด 2-1 โดยที่เจ้าตัวไม่พอใจที่โดนไล่ออกจากสนาม ปธ.ศูนย์รับคงรอดยาก และน่าจะโดนแบนยาวข้อหาทำร้ายร่างกาย

และเมื่ออัลมามี่ ซิลล่า กองหน้ากัปตันทีม กบินทร์ ยูไนเต็ด ก่อวีรกรรมสุดแสบขึ้นในเกมลีกดิวิชั่น 2 โซนภาคกลางตะวันออก ที่บุกไปแพ้ มาบตาพุด นาวิกโยธิน 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (19.กรกฎาคม) หลังใช้ศีรษะโขกเข้าที่ใบหน้าผู้ตัดสินในช่วงท้ายเกม เพราะไม่พอใจที่โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บหลังจากมาบตาพุด ตีเสมอ เป็น 1-1 และกบินทร์ ยูไนเต็ด นำลูกกลับมาเขี่ยเพื่อเริ่มเล่นใหม่ แต่ อัลมามี่ ซิลล่า กลับเขี่ยบอลคืนหลังถึง 2 ครั้ง ทั้งที่กติกาต้องเขี่ยบอลไปด้านหน้าเพื่อเริ่มเกม ผู้ตัดสินจึงแจกใบเหลือง 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้เจ้าตัวตบะแตก เดินมาใช้ศีรษะโหม่งไปที่ใบหน้าผู้ตัดสิน 1 ครั้ง ก่อนเพื่อนร่วมทีมจะพาตัวออกไปนอกสนาม และที่แย่ไปกว่านั้น หลังเกมกลับมาดำเนินต่อ กบินทร์ ยูไนเด็ด ก็มาโดนเจ้าบ้านยิงแซง 2-1 ส่งผลให้ต้องกลับบ้านมือเปล่า

เรื่องนี้นาย พิเชษฐ์ เกิดวิชัย ประธานศูนย์โซนภาคกลางตะวันออก ได้ออกมาเปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เราได้รับรายงานทั้งหมดแล้ว ทุกอย่างมันชัดเจนเพราะมีคลิปวิดิโอเป็นหลักฐาน และจะส่งให้คณะพิจารณาวินัยฯเป็นผู้ตัดสิน ดูแล้ว อัลมามี่ คงจะโดนแบนยาวและปรับเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพราะเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย

ติดตามชม ผลบอล วิเคราะห์ผลบอล ตารางบอล เพิ่มเติมได้ที่



ชัปปุยส์ปัดด่าอานนท์ “พ่อมึงตาย” ยันไม่รู้ความหมายด้วยซ้ำ



นายชาริล ชัปปุยส์ ปฎิเสธด่า อานนท์ นานอก ดาวเตะคู่กรณีด้วยคำว่า พ่อมึงตาย ยันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความหมายคืออะไร หวังทุกอย่างจบเพื่อตัดปัญหาความขัดแจ้งสองสโมสร

โดยที่นายชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์หน้าหล่อ สุพรรณบุรี เอฟซี ออกมาปฎิเสธคำกล่าวของ อานนท์ นานอก ดาวเตะคู่เรื่องที่ออกมาเผยผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่าถูกดาวเตะรุ่นหน้าด่าด้วยคำ ว่า พ่อมึงตาย ก่อนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ถ่มน้ำลายใส่หน้าทำให้ถูกแฟนบอลวิพากษ์วิจารณ์อย่าง หนัก

ในเกมที่เป็นปัญหาเกิดที่สนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กล้องถ่ายทอดสดจับภาพได้ว่า ในช่วงท้ายเกม อานนท์ นานอก กองหลังเชียงรายฯถ่มน้ำลายใส่หน้า ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์สุพรรณบุรีฯ และหลังจากนั้นไม่นาน อานนท์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวยอมรับผิดกับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกล่าวอ้างว่าถูกด่าว่า พ่อมึงตาย จากดาวเตะรุ่นน้องก่อนจนเกือบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ทำร้ายร่างกาย

เมื่ออดีตดาวเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ผมพูดไทยได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งผมไม่มีทางพูดอย่างที่เขา(อานนท์)กล่าวอ้างแน่นอน จริงๆแล้วผมไม่รับทราบด้วยซ้ำว่าคำนั้นมีความหมายว่าอะไร ซึ่งในจังหวะดังกล่าวหลังจากที่โดนถ่มน้ำลายใส่หน้า ยอมรับว่าโกรธมาก แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้ว อยากให้ทุกเรื่องจบ เพื่อตัดปัญหาการมีปัญหากันของทั้งสองสโมสร รวมถึงประเด็นความขัดแย้งของแฟนบอลด้วย

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รวมข่าวฟุตบอล,วิเคราะห์บอลที่ท่านดูแล!!! ในสัปดาห์ที่ผ่านมา



เกือบที่จะไม่ได้เกิด (แม่เผยหวิดทำแท้งเจ็ทโด้)

วิเคราะห์บอล : เมื่อโดโลเรสซึ่งเป็นคุณแม่บังเกิดเกล้าของเจ็ทโด้ เผยว่าลูกชายคนเก่งหวิดไม่ได้เกิด หลังพยายามทำแท้งด้วยตัวเอง ทั้งกินเหล้าและออกแรงอย่างหนัก เคราะห์ดีดาวยิง ชุดขาว รอดมาได้ ก่อนโด่งดังอย่างทุกวันนี้

คุณแม่ของนักเตะอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้า เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน ยอมรับว่าลูกชายคนเก่งของเธอเกือบจะไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกแล้ว หลังเธอพยายามจะทำแท้งดาวเตะชื่อก้องด้วยการดื่มเหล้าและวิ่งจนกระทั่งหมดแรงน้ำข้าวต้มในขณะกำลังตั้งครรภ์

โดโลเรส อเวยโร่ แม่ของเจ็ดโด้เปิดเผยผ่าน มาเธอร์ คอเรจ หนังสืออัตชีวประวัติของเธอซึ่งเพิ่งวางแผงในประเทศโปรตุเกสเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีตอนหนึ่งระบุว่าเธอพยายามจะทำแท้ง โรนัลโด้ ซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่-น้องทั้ง 4 คนด้วยตัวเอง หลังคุณหมอปฏิเสธที่จะทำแท้งให้กับเธอ

เธอพูดว่า ฉันพยายามจะทำแท้ง แต่คุณหมอไม่สนับสนุนการตัดสินใจของฉัน โดโลเรส ยังเผยด้วยว่าหลังจาก โรนัลโด้ รู้เรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นแต่ยังใด เขาบอกกับฉันในตอนที่เขารู้เรื่องว่า 'แม่ แม่อยากจะเอาผมออก และดูตอนนี้สิ ผมเป็นคนที่หาเลี้ยงบ้านเรานะ'

ส่วนความลับที่หลายคนนั้นยังอยากรู้อย่างเรื่อง แม่ ของ คริสเตียโน่ จูเนียร์ ลูกชายของ โรนัลโด้ ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังเมื่อ 4 ปีที่แล้วนั้น โดโลเรส เปิดเผยว่า โรนัลโด้ เพียงแค่บอกกับเธอว่าเขากำลังจะมีลูกและต้องการให้แม่เด็กได้รับการศึกษาและรักลูกชายของเขามากๆ


เหยินเงิบเกือบเข้าบ้านไม่ได้เพราะลืมกุญแจ


ซัวเรส กระทบสื่อแฉความเบ๊อะว่า เหตุที่ลืมกุญแจจนเข้าบ้านไม่ได้ สุดท้ายแล้วต้องแก้เก้อด้วยการถ่ายรูปกับแฟนบอลที่มารุมล้อม ระหว่างรอคนมาช่วยงัดบ้าน

เหตุการณ์ที่ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงป้ายแดงของทีม บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน ถูกสื่อ กระทิงดุ แฉความสะเพร่า เหตุเข้าบ้านพักไม่ได้เพราะลืมกุญแจ สุดท้ายต้องแก้เก้อด้วยการใช้เวลาถ่ายภาพและแจกลายเซ็นให้กับบรรดาแฟนบอลที่มารุมล้อม ระหว่างรอให้เพื่อนบ้านมาช่วยงัดประตู

รายงานจากสื่อได้ระบุว่า ดาวยิงจอมงับวัย 27 ปี ที่เพิ่งย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของทัพ เจ้าบุญทุ่ม ได้ไม่นาน ไม่สามารถเข้าบ้านได้ เพราะลืมกุญแจจนต้องยืนเหงือกแห้งอยู่หน้าบ้านพักเป็นเวลานาน ซึ่งสุดท้าย ซัวเรซ จำใจต้องไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้มาช่วยงัดประตู และใช้เวลาว่างระหว่างรอความช่วยเหลือถ่ายรูปและแจกลายเซ็นให้กับแฟนบอลอยู่ซักพัก ก่อนจะเข้าบ้านได้ในเวลาต่อมา

(เหตุการณ์เริ่ม ตอน 1.48 นาที)




โมราต้าฝันอยากชูถ้วยแชมป์กับยูเว่


เขามาเพื่อสิ่งนี้จิงๆ โมราต้า เผยสาเหตุที่ย้ายมา ยูเว่ นั้น เพราะตัวเองฝันถึงการชูถ้วยแชมป์ ยืนยันพร้อมทำงานหนักเพื่อประสบความสำเร็จกับที่นี่

เมื่อ อัลบาโร่ โมราต้า ศูนย์หน้าดาวรุ่งป้ายแดงของ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยเหตุผลที่เลือกย้ายมาอยู่ในถิ่น ยูเวนตุส สเตเดี้ยม นั่นเป็นเพราะต้องการคว้าแชมป์ใหม่ๆ กับที่แห่งนี้ พร้อมยืนยันว่าจะทำงานอย่างหนักเพื่อให้ตนได้เป็นส่วนสำคัญของทีมอีกด้วย

โดยกองหน้าวัย 21 ปีนั้นได้กล่าวไว้ว่า ผมนั้นต้องการที่จะเล่นให้กับ ยูเวนตุส ไปอีกนานๆ ทีมนี้ได้แสดงให้สังเกตถึงการที่พวกเขาสนใจในตัวผม ผมชื่นชมผู้เล่น ยูเว่ หลายคน มันเป็นเรื่องเยี่ยม ที่ได้เล่นกับพวกเขา การได้แชมป์อื่นๆ ที่ ยูเวนตุส มันเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผมทำทุกอย่างเพื่อสโมสรนี้

ผม และ ทีมยูเวนตุส นั้นมีอะไรที่เหมือนกัน ดังนั้นผมจึงมาที่นี่ หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก ด้วยความตั้งใจทำงานอย่างหนัก และพยายามทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในอนาคต ผมรู้สึกว่าตัวเองพร้อมสรรพ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่ผมพร้อมกับการเล่นใน เซเรีย อา หนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลกแล้ว หัวหอกชาวสเปน ร่ายยาว

ทั้งนี้ที่ โมราต้า ย้ายจากทีม ฟุตบอล เรอัล มาดริด ในสเปน มาร่วมทัพ ไอ้ม้าลาย ด้วยค่าตัวสูงถึง 20 ล้านยูโร (ประมาณ 900 ล้านบาท) พร้อมสัญญา 3 ปี โดยมีออพชั่นดึงตัวกลับได้ภายใน 2 ฤดูกาลหน้า ด้วยค่าตัวต่ำสุด 30 ล้านยูโรหรือ1,350 ล้านบาท โดยจะขึ้นอยู่กับจำนวนนัดที่ลงเล่นให้กับ ยูเวนตุส อีกด้วย



เอเย่นต์อ้างว่าบาร์ซ่าสนใจดึงบลินด์ร่วมทีมจริง


เหตุล้อเล่นจนเกิดเป็นจริง!! เอเย่นต์ยันกับปากว่า บาร์ซ่า เอาใจใส่ที่จะกระชาก บลินด์ เสริมแผงหลังจริง แม้รับสภาพยังแค่สนใจ ยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอซื้อตัวจริงจัง

เอเย่นต์ส่วนตัวของ ดาลีย์ บลินด์ แบ็กซ้าย อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มหาอำนาจใน เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ แย้มเป็นนัยว่านักเตะในความดูแลของเขามีสิทธิ์จะย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า โคตรทีมใน ลา ลีกา สเปน จริงๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น

บลินด์ อยากที่จะแจ้งเกิดเต็มตัวใน ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล จนทำให้ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรทั่วยุโรป โดยถูกโยงเข้ากับทีมนั้นทีมนี้ทั่วไปหมดไล่ตั้งแต่ 1.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 2.ลิเวอร์พูล, 3.เชลซี และจนกระทั่งล่าสุดกับ 4.เจ้าบุญทุ่ม ซึ่งลือกันไปลือกันมาจนกำลังจะกลายเป็นเรื่องจริงในที่สุด

ร็อบ เยนเซ่น ตัวแทนดาวเตะเนื้อหอมวัย 24 กะรัตกล่าวไว้ว่า ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรเป็นจริงเป็นจัง แต่ข่าวลือในวันนี้ก็มีสิทธิ์มากๆ ที่จะเป็นจริงในวันพรุ่งนี้ มีหลายสโมสรที่ให้ความสนใจในตัว ดาลีย์ เราจะรอคอยและดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นในตอนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะเริ่มขยับตัว

ทั้งนี้ทีม บาร์เซโลน่า กำลังขาดแคลนนักเตะในตำแหน่งกองหลังอย่างหนักและกำลังไล่ล่าหานักเตะในสไตล์ใกล้เคียงกับบลินด์ ซึ่งเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอยู่ก่อนหน้านี้ หลังกำลังเดินเรื่องขอซื้อ เฌเรมี่ มาติเยอ แนวรับ บาเลนเซีย และ แยน แฟร์ต็องเก้น กองหลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่ก็ถูกโก่งราคามหาศาล

ท่านสามารถติดตามข่าว ฟุตบอล ตารางบอล วิเคราะห์ผลบอล เพิ่มเติมได้ที่

http://footballclubpza.blogspot.com/


เนย์มาร์ยอมรับว่าทีมแซมบ้ายังล้าหลังเบียร์,กระทิง


เนย์มาร์ ยอมรับว่าทัพ แซมบ้า กำลังเปลี่ยนแปลงเป็นชาติล้าหลังทั้ง อินทรีเหล็ก และ กระทิง ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากซ้อมกันเบาเกินไป และไม่มีความมุ่งมั่นเหมือนทางยุโรป

โดยเนย์มาร์ ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิล ออกมายอมรับว่าชาติของเขา กลายเป็นทีมที่ล้าหลังทั้ง เยอรมัน และ สเปน ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังทำผลงานในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ได้อย่างน่าผิดหวัง โดยเจ้าตัวมองว่าทัพ แซมบ้า มีความเข้มข้นในการซ้อมน้อยเกินไป และไม่มีความมุ่งมั่นเหมือนทางฟากฝั่งยุโรป

ทั้งนี้ทัพ เซเลเซา ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึก ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ ด้วยการเอาชนะ กระทิงดุ ในรอบชิงชนะเลิศได้ถึง 3-0 แต่พอมาในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง เวิลด์ คัพ 2014 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ กลับแพ้คาบ้านให้กับ อินทรีเหล็ก ถึง 1-7 ยังรอบรองชนะเลิศ และถูก เนเธอร์แลนด์ ขยี้ซ้ำอีก 0-3 ในเกมรอบชิงที่ 3 อีกด้วย

โดยหัวหอกจากสโมสร บาร์เซโลน่า ในสเปนได้กล่าวว่า ในทุกๆ ช่วงของการซ้อม ในยุโรป พวกเขาจริงจังกันมาก แต่ในบราซิล มันต่างออกไป ได้ฝึกกันมากก็จริง แต่บางครั้งเราก็มีความมุ่งมั่นน้อยเกินไป ชาวบราซิเลียน ทำกันอย่างนั้น ผมคิดว่าฟุตบอลบราซิลยังล้าหลัง เยอรมัน และ สเปน มากนัก เราตกไปตามหลังพวกเขา ซึ่งเราต้องยืดอกรับสิ่งเหล่านี้



โมนาโกปักป้ายค่าตัวฮาเมส4พันล้านบาท


เมื่อทีมอย่างโมนาโก โก่งเต็มที่ ปักป้ายท้าทีมที่อยากได้ เอาเงินมากอง 4 พันล้านได้ ก็เอา ฮาเมส ไปได้เลย ด้าน เลอ กิ๊ปส์ ตีข่าว ชุดขาว ตอบรับแล้ว เตรียมตรวจร่างกายเร็วๆ นี้

โดย อาแอส โมนาโก ทีมเศรษฐีแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ปักป้ายท้าทายบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่พยายามแย่งตัว ฮาเมส โรดริเกซ มิดฟิลด์อนาคตไกลทีมชาติโคลอมเบียของสโมสร ยืนยันพร้อมขายแน่นอน หากมีใครกสามารถนำเงิน 90 ล้านยูโรหรือ 4,050 ล้านบาท มาเป็นคว่าตัวได้

ตามที่มีรายงานจาก โกล ดอทคอม สื่อฟุตบอลชื่อดัง ระบุว่า เวลนี้ เรอัล มาดริด เป็นตัวเต็งที่จะคว้าตัว โรดริเกซ ไปร่วมทัพ โดยมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคู่แข่งอยู่ห่างๆ โดยข่าวตอนแรก ราชันชุดขาว พร้อมกันมอบค่าเหนื่อยให้มากถึง 120,000 ยูโรต่อสัปดาห์เลยทีเดียว พร้อมสัญญา 5 ปี

ในขณะที่ เลอ กิ๊ปส์ สื่อดังแดนน้ำหอม ได้ตีข่าวว่า แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยล่าสุดตกลงค่าตัวที่ โมนาโก ตั้งแล้ว และนักเตะก็เตรียมเดินทางไปตรวจร่างกายที่ สเปน ในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคมนี้



คนหรือยักษ์! อคินเฟนวา นักเตะแข็งแกร่งที่สุดในโลก


เมื่อ อเดบาโย อคินเฟนวา กองหน้าเอเอฟซี วิมเบิลดัน ในลีกทู ที่ทำให้ใครๆ ต้องจดจำคือร่างกายอันกำยำล้ำเลิศถึงแม้จะมีความสูงเพียง 180 เซนติเมตร แต่กลับมีน้ำหนักถึง 102 กิโลกรัม

เหตุการณ์นี้ทำให้เขาได้รับฉายา “เดอะ บีสต์” หรือสัตว์ร้าย อีกทั้งยังถูกยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลที่แข็งแรงที่สุดในโลก ชนิดที่ในเกมกีฬาฟีฟ่า ออนไลน์ 2014 อคินเฟนวา มีค่าพลังความแข็งแกร่งถึง 98 ซึ่งถือว่ามากที่สุดเหนือนักเตะทุกคนในเกมเลยทีเดียว

โดยแข้งวัย 32 ปีรายนี้ได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับเชลซี เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวได้ลงสนามหญ้าเป็นเวลา 66 นาที และได้สร้างปัญหาให้แก่คู่เซ็นเตอร์ตัวจริงอย่าง จอห์น เทอร์รี่ และ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช มากพอสมควร

ก่อนที่ทีมเอเอฟซี วิมเบิลดัน จะแพ้ให้  “สิงห์บลูส์” ไปหวุดหวิดด้วย ผลบอล 2-3







ยูฟ่าลงดาบแล้วแบนคุณชาย,ซิเมโอเน่1นัด


เมื่อยูฟ่า ลงโทษแบนเกมยุโรป อลอนโซ่ และ ซิเมโอเน่ คนละ 1 นัด หลังทั้งคู่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในนัดชิง บิ๊กเอียร์ ฤดูกาลที่แล้ว พร้อมพ่วงข้อหาปรับเงินทั้ง 2 สโมสร เนื่องจากแฟนบอลจุดพลุ

โดยสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า สั่งให้แบน ชาบี อลอนโซ่ มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน และ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือของ แอตเลติโก มาดริด อริร่วมลีก ห้ามลงทำหน้าที่ของตัวเอง 1 นัด ในเกมยุโรป หลังทั้งคู่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เกมที่ทั้งสองทีมพบกันในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลผ่านมา

ซึ่งในแมตช์ โปรแกรมบอลดังกล่าว ที่ ราชันชุดขาว เอาชนะ ตราหมี ไปได้ 4-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ด้วยกันสุดท้ายก็คว้าแชมป์ ยูซีแอล ไปครองนั้น อลอนโซ่ ซึ่งไม่ได้ลงเล่น เนื่องจากติดโทษแบน วิ่งลงจากอัฒจันทร์ เพื่อมาแสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมทีมหลังจากที่กรรมการเป่านกหวีดจบเกม ส่งผลให้ทาง ยูฟ่า สั่งแบนมิดฟิลด์วัย 32 ปี 1 นัด เพราะว่าจะพลาดลงเล่นเกมที่ มาดริด พบกับ เซบีย่า แชมป์ ยูโรป้า ลีก ในศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

ในขณะที่ เอล โชโล่ ทำผิดกฎคือเดินเข้าไปในสนาม 2 ครั้ง ตอนที่การแข่งขันยังดำเนินอยู่ และช่วงที่ลงสนามปรี่ไปเอาเรื่อง ราฟาเอล วาราน กองหลังดาวรุ่ง ราชันชุดขาว ที่มาเตะบอลอัดใส่เจ้าตัว หลังจาก มาดริด ได้ประตูที่ 4 ส่งผลให้ ยูฟ่า สั่งลงดาบแบนเกมยุโรป 1 นัด เช่นกัน โดย ซิเมโอเน่ จะพลาดคุมทีมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ยูซีแอล ซีซั่นหน้า

ทั้งนี้ นอกจากที่ ยูฟ่า จะสั่งแบน อลอนโซ่ และ ซิเมโอน่า ห้ามลงทำหน้าที่ 1 นัด ในเกมยุโรปแล้ว ก็ยังสั่งปรับเงิน มาดริด เป็นจำนวนเงินตรา 18,000 ยูโรหรือ 8.1 แสนบาท และ แอต.มาดริด 21,000 ยูโรหรือราว 9.45 แสนบาท เนื่องจากเกมค่อนข้างรุนแรงมีใบเหลืองปลิวว่อนถึง 12 ใบ (แอต.มาดริด 7 ใบ, มาดริด 5 ใบ) รวมถึงแฟนบอลทั้งคู่ที่เข้ามาชมเกมในสนามก็มีการจุดพลุอีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รวมข่าวฟุตบอลในหลักใหญ่ที่สุดของที่สุดและยังมีข้อคิดเห็นฟุตบอลอีกมากมาย



วิเคราะห์บอลจบไปไม่กี่วัน แต่กระแส ฟุตบอลโลก กำลังจางหายไปอย่างรวดเร็วตามเทรนด์ยุคปัจจุบัน ทุกอย่างหมุนไปว่องไวปานสายฟ้าแลบ

ในช่วงก่อนที่มันจะมลายหายไปอย่างรวดเร็วมากกว่านี้ มานึกย้อนดูกันอีกสักทีว่า เวิลด์ คัพ หนนี้ มีอะไร ที่สุด อยู่ในความทรงจำบ้าง

ซึ่งแน่นอนว่าพวก ที่เก่งที่สุด หรือ ที่่ห่วยแตกที่สุด มันสามารถชี้วัดได้จากตัวเลขทางสถิติ และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ใครๆ เขาก็เล่นกันไปหมดแล้ว

ดังนั้นที่สุด ณ จุดๆ นี้ จึงสมควรวัดด้วย อารมณ์ ล้วนๆ ส่วนจะถูกใจใครหรือขัดใจใครหรือไม่นั้น เลื่อนเม้าส์ไม่ใช่หรือหน้าจอมือถือของท่านเพื่อทัศนาโดยพลัน

ได้รับคำชมมากที่สุด : ทีมชาติเยอรมัน


จะให้กล่าวชม หลุยส์ ซัวเรซ ว่า กัดเก่ง หรือจะให้ชม มาริโอ บาโลเตลลี่ ว่า กากเก่ง มันก็คงจะไม่ใช่ แม้ลึกๆ แล้วคงจะได้ใจคอลูกหนังสายพันธุ์ซาดิสม์ไม่น้อยก็ตาม

แต่ที่มีขึ้นขึ้นกับ ฟุตบอลโลก 2014 เชื่อเหลือเกินว่า อินทรีเหล็ก สมควรได้รับคำชมมากที่สุด และต้องชมกันตั้งแต่ผู้บริหารลงมายันถึงคนขับรถรับ-ส่งเลยด้วยซ้ำ หลังการบริหารจัดการของพวกเขาใกล้เคียงกับคำว่า สมบูรณ์แบบ มากที่สุด


แคมป์ฟุตบอลเมื่อ 10 ปีที่แล้วผลิดอกออกดอกออกผลเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกที่พวกเขาต้องการ

นับตั้งแต่วันแรกกับการที่เลือกจุดตั้งแคมป์เก็บตัว, ด้วยเงินลงทุนที่มหาศาล เพื่อสร้างศูนย์ฝึกบนแผ่นดินบราซิล และการเดิมพันวางรากฐานนับ 10 ปีเพื่อคว้าแชมป์หนนี้

โดนด่ามากที่สุด: เฟร็ด - ฮัลค์ - โช


(กาก)

ทำเอาไอ้ 2 คนจากหัวข้อข้างบนอย่าง ซัวเรซ และ บาโลเตลลี่ เปลี่ยนแปลงเป็นประเด็นล้อกันขำๆ ไปเลย เพราะนี่คือบราซิเลียนบอยแบนด์

1.เฟร็ด,2.ฮัลค์,3.โช  3ไตรเทพซึ่งเข้าสู่ทัวร์นาเมนท์ด้วยคำถามว่า ดีพอ กับการเป็นแกนนำถล่มตาข่ายให้กับเจ้าภาพจริงๆ อย่างนั้นหรือ

และก็ปรากฏว่าหลายคน หลายสำนัก ตั้งคำถามแม่นยำประดุจหนึ่งมองเห็นภายหน้าล่วงหน้าอย่างไรอย่างนั้น เมื่อทั้ง 3 คนร่ายมนต์ลูกหนังสะกดจิตคนดูให้สามารถ ด่า พวกเขาได้ตลอดทั้งเกม


ยืดอกภูมิใจได้มากที่สุด: มาริโอ เกิทเซ่


หากไม่เกิดประตูที่สยบ ทีมอาร์เจนติน่า ในรอบชิงมีชัยเลิศ ทัวร์นาเมนท์นี้ของไอ้หนูมหัศจรรย์ก็อาจจะเป็นความทรงจำที่อยากจะลบลืม หลังแทบจะทุกครั้งที่ถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม เกิทเซ่ มักจะไม่เอาอ่าวเอาทะเลอะไรทั้งนั้น

ตั้งแต่แมตช์แรกๆ ในรอบแบ่งกลุ่ม เกิทเซ่ มักจะถูกส่งลงมาในฐานะตัวพลิกเกมเสมอๆ ซึ่งก็ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะออกแนวทำให้ผิดหวังมากกว่าสมหวัง


ดังแล้วคราวนี้ล่ะ Judo ไปทั่วโลกเบย

ประตูทองในคืนวันนั้นทำให้ เกิทเซ่ ยืนเก๊กปล่อยให้กล้องโทรทัศน์ทำหน้าที่ของมันด้วยการฉายภาพเขายืนเด่นเป็นสง่าในฐานะฮีโร่ผู้บันดาลแชมป์ให้กับ เยอรมัน หักล้างผลงานย่ำแย่ก่อนหน้านั้นไปจนหมดสิ้น

อับอายขายหน้ามากที่สุด: ทีมชาติบราซิล


เบาๆ อย่าบอกใครล่ะ 2 นัด 10 ลูก กูอาย

เรียกกันได้ว่านัดแรกยันนัดสุดท้ายจริงๆ สำหรับ เซเลเซา หลังเปิดหัวคว้าชัยชนะด้วยเสียงปริศนาจากปลายนกหวีด ก่อนจะอำลาทัวร์นาเมนท์ด้วยสถิติยันเยินที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขา

เริ่มที่ ฟุตบอลโลก 2014 เหมือนถูกสร้างมาเป็นบันไดให้ บราซิล เหยียบขึ้นไปสู่บัลลังก์ราชาลูกหนังโลก ไหนจะได้เป็นเจ้าภาพ ไหนจะเพิ่งได้แชมป์ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ แล้วยังมีนักเตะตัวความหมายมุ่งอย่าง เนย์มาร์ ผู้ซึ่งผลงานในบ้านไม่เป็นรองใคร


อวสานเนย์มาร์ อวสานบราซิล

ที่ไหนได้ บราซิล มีจุดขายแค่นั้นจริงๆ หากปราศจากองค์ประกอบเหล่านั้นแล้วพวกเขาก็ไม่ได้เหนือกว่าหรือจะบอกว่าด้อยกว่าเลยยังได้ด้วยซ้ำ ความพ่ายแพ้ 1-7 ในรอบตัดเชือก และ 0-3 ในรอบชิงอันดับ 3 ก็ยิ่งตอกย้ำให้ต้องอับอายขายหน้ามากขึ้นไปอีก

ช็อคใจแฟนบอลมากที่สุด: เนย์มาร์


วินาทีที่ดาวรุ่งตัวความหวังสูงสุดของแฟนๆ เจ้าถิ่นถูกตีเข่าดังพลั่กอัดเข้าไปกลางแผ่นหลัง หัวใจของคอลูกหนังชาวแซมบ้าคงหล่นวูบร่วงตุ้บลงไปกองอยู่ตรงตาตุ่ม

ไม่ใช่แค่สงสารแต่ยังเสียใจกับเจ้าตัวที่ต้องปิดฉากทัวร์นาเมนท์อย่างน่าเสียดาย แต่ เนย์มาร์ หวุดหวิดจะเป็นอัมพาตและต้องปิดฉากจากวงการอย่างถาวรเลยด้วยซ้ำหาก เข่า กระแทกกระดูกสันหลังเหนือขึ้นจากตำแหน่งเดิมอีกเพียงนิดเดียว

นับว่าเป็นอีกครั้งที่อาการบาดเจ็บพรากเอาสีสันสวยงามไปจากการแข่งขัน แต่เคราะห์ดีที่สีสันนั้นยังแค่จางหายไปเฉยๆ และกำลังนับถอยหลังรอวันกลับมาเฉิดฉายอีกคำรบหนึ่ง

ซอร์ไพรส์สุดๆ : กับฮาเมส โรดริเกซ 


เรียกได้ว่าเป็น ม้ามืด จริง ๆ สำหรับทัวร์นาเมนท์คราวนี้ หลังแรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ได้มีใครชายตาแล โคลอมเบีย แต่กลับกลายเป็นว่าพลพรรคขุนพลลูกหนัง โคเคน และโดยเฉพาะ ฮาเมส โรดริเกซ กลับแจ้งเกิดกันอย่างเต็มตัว

ตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมากับ โมนาโก กองกลางดาวรุ่งแทบไม่ได้แสดงทีเด็ดอะไรให้เห็นมากมายสักเท่าไหร่ ประกอบกับ ราดาเมล ฟัลเกา ซุป'ตาร์ตัวจริงก็ดันเดี้ยงจนไม่ได้ติดทีมมาด้วย โคลอมเบีย ล่วงถูกมองเป็นไม้ประดับ แต่ดันทะลึ่งมีหนาม แถมยังคมกริบอีกต่างหาก

ถือเป็นโชคร้ายที่ โคลอมเบีย ตกรอบด้วยฝีเท้าของทีมน่าผิดหวังอย่าง บราซิล ทั้งที่พวกเขาถือเป็นฝ่ายที่ทำผลงานได้ดีกว่า เพียงแต่โชคและวาสนายังส่งไปไม่ถึงก็เท่านั้น

ฉาวที่สุด: หลุยส์ ซัวเรซ


ฟ.ฟันฉันรักเธอ!! นี่มันครั้งที่ 3 เข้าไปแล้ว แต่ ซัวเรซ ก็ดูจะไม่ได้หลาบจำกับการกระทำสุดดิบเถื่อนของตัวเองสักเท่าไหร่ แม้ว่ามันจะเคยทำให้เขาถูกสังคมประณามและวงการลูกหนังสั่งลงโทษอย่างหนักมาแล้วก็ตาม

เมื่อหัวหอกของทีมชาติอุรุกวัยกัดไหล่ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เอาดื้อๆ แบบไม่มีสาเหตุ แถมยังกล้าๆ แก้ต่างว่าไม่ได้กัด แต่ต้องใช้ปากยันหลักเพราะกำลังเสียการทรงตัวเท่านั้น

โธ่ ถุยยยย... จมเขี้ยวขนาดนั้น และถึงกับว่าต้นสังกัดใหม่อย่าง บาร์เซโลน่า ต้องระบุไว้ในสัญญาเลยว่าจะปรับเงินมหาศาลหลัก 3 ล้านยูโร หาก ซัวเรซ ยังกล้าๆ สติหลุดวิ่งไล่กัดชาวบ้านชาวช่องเข้าอีก

แย่งซีนมากที่สุด: WAGS ทีมชาติเยอรมัน


รวมซูเปอร์โมเดลชัดๆ

เรียกได้ว่าเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาวบันดาลสภาพแชมป์โลกให้กับ เยอรมัน กล้องทุกตัว สายตาทุกคู่ และความสนใจทั้งหมดต่างก็พุ่งตรงไปยังผองแข้ง อินทรีเหล็ก เพื่อร่วมซึมซับอารมณ์ผู้ชนะจากพวกเขา


แฟนแดร็กเลอร์...อืม...ผมรู้คุณก็คิด

แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่บรรดา แฟนและภรรยา ปรากฏตัว กล้องทุกตัว สายตาทุกคู่ และความสนใจทั้งหมดทั้งมวลก็ยักย้ายไปจับจ้องกลุ่มแม่บ้านเมืองเบียร์อย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมาย


ชวนฮามากที่สุด: ฮเลฮานโดร ซาเบย่า


ง่วงก็ไปนอน

นับตั้งแต่ถูก เอเซเกล ลาเวซซี่ ฉีดน้ำใส่กลางกบาลขณะกำลังติวแท็กติกอยู่ตรงเส้นข้างสนาม วินาทีนั้น ซาเบย่า ก็เหมือนถูกกำหนดให้เป็น จ้าวแห่งความฮา ประจำทัวร์นาเมนท์ไปแล้ว

มุขแรกถือว่าเป็นตลกอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ลาเวซซี่ เข้ามาช่วยด้วย แต่ดอกที่ 2 กุนซือ ฟ้า-ขาว ไม่ต้องพึ่งพิงพาใครทั้งนั้น หลังแสดงท่า ล้มทั้งยืน เล่นเอาฮากระจายกันไปทั่วโลก


โดนเอาไปล้อซะขำกันทั่วโลก

แม้กระทั่งเวลาที่เครียดที่สุดอย่างช่วงต่อเวลาพิเศษรอบชิงชนะเลิศ ซาเบย่า เรียกรวมตัวลูกทีม แต่ดันไม่มีใครสนใจและกลับกลายเป็นเจ้าตัวที่ต้องค่อยๆ ไล่ บอกแท็กติกให้กับลูกทีมแต่ละคนๆ ... นี่มันจะเคารพกันบ้างได้มั้ยเนี่ย

ชวนซึ้งมากที่สุดสำหรับหลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่


ถือว่าเป็นอีก 1 กุนซือที่มีได้โมเมนต์เจ๋งๆ ให้ได้ตรึงตราใน ฟุตบอลโลก 2014 แม้ว่าทีมของแกจะแหลกเป็นจุลจากผลงานและกระแสวิจารณ์ของสังคมก็ตาม

หลังจบแมตช์แพ้กราวรูด 1-7 กุนซือ เซเลเซา ตระเวนปลอบใจลูกทีมทุกคนทั้งจากม้านั่งสำรองและที่ค่อยๆ เดินออกจากสนาม ท่าตีอกชกตัวของเทรนเนอร์หนวดหิน และบทสัมภาษณ์ว่า ขอรับไว้คนเดียว แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และหัวจิตหัวใจของแกได้ดีจริงๆ

ไม่แปลกที่งานแถลงข่าวครั้งสุดท้ายนักเตะหลายคนจะแห่แหนกันออกมาให้กำลังใจ เฟลิเปา และโดยเฉพาะกับ เนย์มาร์ ซึ่งถึงกับแบกสังขารเดี้ยงๆ บุกมาให้กำลังใจเจ้านาย เจ้านายซึ่งเปรียบเสมือนพ่อในวงการลูกหนังของเขา ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่  http://footballclubpza.blogspot.com/





ใจนายหล่อมากๆ เมื่อเมซุต โอซิล เผยว่า เตรียมช่วยเหลือเด็กป่วยในแดน แซมบ้า เพิ่มเป็น 23 คน หลัง อินทรีเหล็ก คว้าแชมป์โลกสำเร็จ โดยก่อน เวิลด์คัพ'14 จะเริ่มต้นขึ้น ได้ช่วยมาแล้วไป 11 คน

โดยที่ เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน ของ อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่า ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มต้นขึ้น ตนเองได้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในบราซิล ที่ป่วยและต้องเข้ารับการผ่าตัด 11 รายด้วยกัน และมีแผนที่จะบริจาคเพิ่มเป็น 23 คน หลังจากทัพ อินทรีเหล็ก คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ

หลังจากจอมทัพเลือดเบียร์วัย 25 ปี ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน เฟสบุ๊ก ส่วนตัวระบุว่า ก่อนที่ ฟุตบอลโลก จะเริ่มต้น ผมได้ให้การสนับสนุนเด็กป่วย 11 คนใน บราซิล ให้ได้รับการผ่าตัด และตั้งแต่เราคว้าแชมป์โลกมาครองได้ ตอนนี้ผมกำลังวางแผนจะช่วยเหลือเพิ่มอีกเป็น 23 คน

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือออกมาว่า โอซิล ได้บริจาคเงินให้กับองค์กรที่ดูแลเรื่องความรุนแรงของฉนวนกาซา อีกด้วย แต่ล่าสุดเอเยนต์ส่วนตัวของกองกลางตาโปน ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่า ข่าวที่อ้างว่า เมซุต ได้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือกาซา นั้นไม่เป็นความจริง ตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงพักร้อน แต่ก็ไม่แน่นะ ในอนาคตเขาอาจจะทำก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ?

ทั้งนี้ จากชัยชนะใน เวิลด์คัพ'14 ทำให้นักเตะข้าวของทัพ อินทรีเหล็ก จะได้รับเงินโบนัสคนละ 300,000 ยูโรหรือ13.5 ล้านบาท






เมเนเซส เชื่อว่า วงการลูกหนังแซมบ้ากำลังเจอกับทางตัน หาคนมาคุมทัพ ''เซเลเซา'' ยากขาดบุคลากรมาพัฒนานักเตะให้เล่นเข้าทีม และเสียความเป็นมหาอำนาจให้กับยุโรปไปแล้ว


ทันทีที่มาโน่ เมเนเซส อดีตกุนซือทีมชาติบราซิลยอมรับว่า วงการลูกหนังแดนแซมบ้าเดินทางมาถึงทางตันแล้ว และคงยากที่จะหาใครมารับหน้าที่แบกความหวังคนทั้งชาติอีก แถมยังเสียสภาวะความเป็นชาติมหาอำนาจให้กับทีมจากยุโรปที่มีวิทยาการอันก้าวหน้าไปแล้ว หลังโดนถลุงยับ 2 เกม 10 ประตู ในเวิลด์คัพ 2014 รอบรองชนะเลิศกับเยอรมัน และรอบชิงอันดับ 3 กับฮอลแลนด์

ซึ่งได้โดนสหพันธ์ฯ ไล่ออกเมื่อปลายปี 2012 อื้นว่า เรารู้ว่า ปัญหาของเราคืออะไร แต่เราไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร เพราะเราขาดคนที่มีความสามารถ ไม่มีคนที่มีความรู้พอจะเข้าใจว่า เราต้องเดินไปทางไหน นี่คือสิ่งที่ฟุตบอลบราซิลขาดไป แต่ถ้าเราทำได้ ผู้จัดการทีมจะอยู่กับเรานานกว่านี้ และจะช่วยพัฒนานักเตะได้มาก

เราปฏิเสธการที่จะยอมรับความจริงมานานแล้วว่า เทคนิคของนักเตะเราแย่ลง การควบคุมลูกบอลของเราก็แย่ บางทีผู้คนก็สับสนระหว่างการเล่นตลกกับการเล่นฟุตบอล ซึ่งมันแตกต่างกัน ตอนนี้ฟุตบอลยุโรปพัฒนาไปมากแล้ว พวกเขามีทุกอย่างที่ดีกว่าเรา เมเนเซส กล่าว

กุนซือโครินเธียนส์ ยังเชื่อว่า โปรแกรมบอลหรือเคล็ดลับที่ทำให้เยอรมันประสบความสำเร็จคือการทำงานเป็นทีม ใช้ทีมเวิร์ค ผิดกับบราซิลที่ยังพึ่งพาแต่ความสามารถเฉพาะตัว โดยเพิ่มเติมว่า เรายังเชื่อในความสามารถส่วนตัวของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่เราไม่รู้จะพัฒนานักเตะร่วมกันอย่างไร นั่นคือสิ่ง

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล : รวมข่าวฟุตบอลเฉียบๆที่คุณไม่ควรคลาดเคลื่อนเลย!!!!





วิเคราะห์บอล : ทีมเปแอสเช มีท่าทางว่าจะต้องเบรคการซื้อตัว ดิ มาเรีย ไว้ก่อน เหตุส่อผิดกฎการเงินของ ยูฟ่าหลังจากได้ซื้อ ลุยซ์ ไปแล้วด้วยเงิน 2,250 ล้านบาท เชื่ออาจต้องขายนักเตะออกไปก่อนดึงเข้ามาได้

จากการย้ายทีมของ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวเก่งของ เรอัล มาดริด ทีมใน ลา ลีกา สเปน ที่จะย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เศรษฐีประจำลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นอันต้องชะงักทันที หลังมีแววจะไม่ผ่านกฎการเงินใหญ่ของ ยูฟ่า หรือ ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ ที่ทีมกระทบลงโทษไปเมื่อซีซั่นที่แล้ว แม้ว่าทั้งสองสโมสร จะสามารถตกลงรายละเอียดต่างๆ ได้แล้วก็ตาม

ตามรายงานได้ระบุไว้ว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธาน ราชันชุดขาว และนาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธาน เปแอสเช สามารถตกลงรายละเอียดเรื่องการซื้อขายได้ทั้งหมดแล้ว แต่จากที่ยอดทีมแห่งกรุง ปารีส โดน ยูฟ่า สั่งลงโทษไปเมื่อซีซั่นก่อนเรื่องกฎการเงิน ทำให้พวกเขาสามารถใช้เงินได้เพียงแค่ 50 ล้านยูโรหรือประมาณ 2,250 ล้านบาท เท่านั้น และก็ยังใช้ในการดึงตัวของ ดาวิด ลุยซ์ มาจาก เชลซี แล้ว นั่นทำให้เขาทั้งหลายต้องปล่อยนักเตะออกจากทีมไปก่อนจะดึงเข้ามาเพิ่มได้

ทั้งนี้ตามที่มีรายงานได้ระบุว่า การจะดึง ดิ มาเรีย มาร่วมทีม เปแอสเช อาจจะต้องใช้งบประมาณ 60 ล้านยูโรหรือประมาณ 2,700 ล้านบาทเลยทีเดียว นั่นก็หมายความว่าพวกเขาต้องขายนักเตะในทีมหลายคนออกไป ซึ่งตามข่าวระบุว่ามี 1.ลูคัส มูร่า, 2.มาร์โก แวร์รัตติ, 3.ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, 4.เอดินสัน คาวานี่, 5.มากินญอส หรือ 6.ติอาโก้ ซิลวา คนใดคนหนึ่งที่พร้อมขาย


===============================================



ทีมเซบีย่า คอนเฟิร์มที่จะ ดึงตัว อาสปาส จาก หงส์แดง กลับมาชุบตัวที่บ้านเกิด ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น พร้อมออพชั่นซื้อตัวขาดหากผลงานโดนใจ

ทีมเซบีย่า ซึ่งทีมชื่อดังแห่งศึก ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยันว่าได้บรรลุข้อตกลงกับสโสร ลิเวอร์พูล ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในการขอยืมตัว ยาโก้ อาสปาส กองหน้าตัวสำรองมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวยาว 1 ฤดูกาลได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมออพชั่นซื้อขาดหากพอใจในผลงาน โดยจะมีการเซ็นสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษรทันที่ทีตรวจร่างกายเสร็จ

โปรแกรมบอล : โดย อาสปาส ได้สร้างชื่อจากการเล่นให้กับทีม เซลต้า บีโก้ ในสเปน หลังทำผลงานเป็นดาวซัลโวให้ทีมในฤดูกาล 2012-13 ก็โดน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ หงส์แดง ดึงตัวมาร่วมถิ่น แอนฟิลด์ ด้วยมูลค่า 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 495 ล้านบาท) แต่ก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ พร้อมทั้งโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอีก ทำให้ได้เล่นเพียง 15 นัด ทำได้ 1 ประตูในทุกรายการเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะเพิ่งปล่อยตัว หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวสำคัญของทีมให้เปลี่ยนที่ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในสเปน แล้วก็ตาม แต่ทีมก็เสริมนักเตะใหม่เข้ามามากมาย ทั้ง 1.ริคกี้ แลมเบิร์ต, 2.ลาซาร์ 3.มาร์โควิช และ 4.อดัม ลัลลาน่า ทำให้เชื่อว่านั่นจะไม่มีที่ว่างพอให้ อาสปาส ได้ลงเล่นจนตัดสินใจย้ายทีมในที่สุด

===============================================





ครัฟฟ์ ได้แยกปากติง บาร์ซ่า กับการที่ซื้อ ซัวเรซ มาร่วมทัพ โดยระบุว่าถึงแม้แข้งฟันจอบจะมีฝีเท้าขั้นเทพแต่ถึงกระนั้น นี่จะเป็นแข้งที่เข้ามาทำให้ระบบเกมรุกแบบทีมเวิร์คอันลื่นไหลของสโมสรล้มพังไม่เป็นท่า

โดย โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานเพลย์เมกเกอร์เทวดาของทีมชาติฮอลแลนด์ เอ่ยปากหล่นความเห็นถึงการที่ บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่จากแดน กระทิงดุ ตัดสินใจทุ่มทุนมหาศาลเพื่อเซ็นสัญญาคว้าตัว หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าจอมเฉาะของ ลิเวอร์พูล มาร่วมทัพเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจัดการตำหนิ เจ้าบุญทุ่ม ยับเยินว่ากำลังทรยศปรัชญาและสไตล์การเล่นของสโมสรอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่า คิง หลุยส์ จะเป็นผู้เล่นระดับเวิลด์คลาส ก็ตาม

ในขณะที่จอมทัพของทีม อัศวินสีส้ม ชุดศึก โททั่ล ฟุตบอล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ผมมีความสุขนะที่ได้เห็น เยอรมัน คว้าแชมป์เวิลด์ คัพ พวกเขาเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่ บาร์เซโลน่า กำลังจะตีตัวออกห่าง ซึ่งความรู้สึกนี้ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาเซ็น หลุยส์ ซัวเรซ เข้ามา เขาเป็นนักเตะที่ดีนะ แต่เขาก็เป็นคนที่มีคาแรคเตอร์ค่อนข้างซับซ้อน

ผมไม่ฉลาดหรอกว่าพวกเขาวางแผนที่จะเล่นเกมรุกแบบลื่นไหลได้ยังไงกับการที่มีทั้ง 1.ลิโอเนล เมสซี่, 2.เนย์มาร์ และ 3.ซัวเรซ ในทีมเดียว บาร์เซโลน่า กำลังเลือกให้นักเตะเล่นแบบตัวใครตัวมันมากกว่าการใช้ทีมเวิร์ค สไตล์การเล่นที่ถูกสร้างและพัฒนาโดย แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังจะถูกทอดทิ้ง ครัฟฟ์ ร่ายยาว


===============================================



ตามที่คาด! โครส ยืนจนกระทั่งแล้วหลังได้แชมป์โลกกับทัพ อินทรีเหล็ก ว่าเตรียมบินไปร่วมทัพ ชุดขาว อย่างแน่นอน คาดค่าตัวสูงถึง 1,125 ล้านบาท

โทนี่ โครส ระดับเพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ออกโรงยืนยันว่าเขาเตรียมเดินทางไปยังเมืองหลวงของแดนกระทิงดุ เพื่อย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ใน ลาลีกา สเปน ฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน นับเป็นการเปิดเผยอย่างเป็นทางการของเจ้าตัวหลังจบศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเลยทีเดียว

ซึ่งกองกลางวัย 24 ปี กล่าวหลังชูถ้วยแชมป์ เวิลด์คัพ กับทีมชาติ เยอรมัน ว่า เราจบทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว ตอนนี้ ผมจะบินไป มาดริด เพื่อไปทำความฝันอย่างที่ 2 ให้สำเร็จต่อไป

ทั้งนี้ ได้มีการคาดกันว่าทั้ง 2 สโมสร ได้มีการเจรจาตกลงเรื่องค่าตัวกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตัว โครส จะมีมูลค่าประมาณ 25 ล้านยูโรหรือประมาณ 1,125 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับทัพ ราชันชุดขาว ในช่วงสัปดาห์หน้านี้


===============================================




ตารางบอล : ใช่ ผี หรือเปล่านะ! วิดาล แย้มอยากเล่นให้กับหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ชี้เตรียมตัดสินใจอนาคตหลังกลับไป อิตาลี ช่วงนี้ขอฉลองวันหยุดให้เต็มคราบก่อน


แฟนบอล ของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของศึก พรีเมียร์ลีก อาจต้องลุ้นหนักสำหรับการคว้าตัว อาร์ตูโร่ วิดาล มิดฟิลด์ตัวแกร่งจากสโมสร ยูเวนตุส มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังตัวนักเตะเปิดเผยว่าเตรียมจะตัดสินใจอนาคตของตัวเองในเร็ววันนี้ พร้อมยืนยันว่าต้องการเล่นให้หนึ่งในทีมที่เป็นทีมใหญ่ที่สุดในโลก


ดาวเตะของทีมชาติชิลี ให้สัมภาษณ์กับสื่อบ้านเกิดอย่าง ลา เตร์เซร่า ถึงอนาคตของตัวเองซึ่งจาก หลังมีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้ตัวไปส่งเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์ว่า ตอนนี้ผมกำลังสนุกอยู่กับวันหยุดพักผ่อนของผม และเมื่อผมกลับไป อิตาลี เราค่อยมาดูกันว่าตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ผมยังคงใจเย็นกับเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าใครก็คงอยากเล่นให้กับหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกทั้งนั้น

สำหรับ วิดาล ได้ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมกับทีม ยูเวนตุส มาตลอด แต่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่บ่อยครั้งจนโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเอง เช่นเดียวกันกับในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่เจ้าตัวก็ไม่สามารถช่วยบ้านเกิดได้ดีเท่าที่ควร ขณะที่นอกจาก ปีศาจแดง ที่ให้ความสนใจแล้ว มิดฟิลด์ ไอ้ม้าลาย อาจจะหมายถึง เรอัล มาดริด อีกหนึ่งทีมที่เป็นข่าวกับเจ้าตัวก็เป็นไปได้


===============================================




เอาจริงดิ!? บาร์ตัน กล้าๆ พูด ประกาศพร้อมที่จะคัมแบ็กรับใช้ สิงโตคำราม อีกหน หลังทนดูสภาพสุดอนาถไม่ไหว ผลงานห่วยแตกกระเด็นตกรอบแรก ฟุตบอล โลก 2014 เร็วสุดเป็นสถิตินับตั้งแต่ปี 1958

โจอี้ บาร์ตัน กองกลางทีม ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส น้องใหม่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศเจตจำนงค์ว่าเขายินดีจะกลับมารับใช้ทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง หลังทนรับไม่ไหวกับความผิดหวังของทีมชุดปัจจุบันซึ่งผลงานย่ำแย่กระเด็นตกรอบแรก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ตั้งแต่จบการแข่งขัน 2 นัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มซึ่งถือเป็นการตกรอบเร็วที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1958

ห้องเครื่องพันธุ์หมาบ้าซึ่งจะได้ติดธง สิงโตคำราม ไปแค่นัดเดียวและประกาศเลิกรับใช้ชาติไปตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค. 2013 โพสต์ลงใน ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมว่า หลังจากได้เห็นผลงานของ ทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจะยุติการเลิกรับใช้ชาติของตัวเอง




เมื่อผมได้เห็นมาตรฐานนั้นแล้ว ผมมีความเชื่อมั่นว่ามันจะต้องเป็นไปได้ ผมเคยเล่นในระดับนั้นมาก่อน ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมเก่งกว่าตอนที่ผมติดทีมชาติเสียอีก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าผมจริงจังหรือเปล่า เชื่อผมสิ ผมโคตรจริงจังเลย นั่นคือทั้งหมดที่ผมอยากจะพูดถึงสิ่งที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้ ดาวเตะวัย 31 ปีทิ้งท้าย


ทั้งนี้ แม้ว่า บาร์ตัน จะประกาศตัวไว้ชัดเจน แต่ อังกฤษ ก็มีตัวเลือกในตำแหน่งเดียวกันกับเจ้าตัวอยู่อีกมากมายและส่วนใหญ่ยังเป็นดาวรุ่งซึ่งได้ชื่อว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมในอนาคตด้วยไม่ว่าจะเป็น 1.แจ็ค วิลเชียร์ (22), 2.จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (24), 3.อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน (20), 4.รอสส์ บาร์คลีย์ (20) รวมถึง 5.ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ (24) อีกด้วย


===============================================




วิดัล ประกาศลั่นยังมีความสุขอยู่ตามเดิม ต่อให้ไม่ได้ย้ายซบ ผีแดง หลังดีลส่อล่มกลางคันเจ้าตัวย้ำ ม้าลาย ต้นสังกัดปัจจุบันก็นับเป็นทีมใหญ่ระดับโลกอยู่แล้ว

อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางทีมชาติชิลียืนกรานกับสื่อว่าเขาจะยังคงมีความสุขอยู่เหมือนเดิมกับการได้ค้าแข้งกับ ยูเวนตุสต้นสังกัดใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หากโอกาสในการย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ล่มลงไป

โยที่ผ่านมานั้นมีรายงานว่า ปีศาจแดง ยื่นข้อเสนอ 56 ล้านยูโร (ราว 2.5 พันล้านบาท) พร้อมแถม หลุยส์ นานี่ ปีกทีมชาติโปรตุเกสให้ด้วย โดย ม้าลาย ก็พร้อมจะตอบรับ มหุรดีที่ห้องเครื่องเนื้อหอมก็เปิดช่องอยากจะย้ายทีมด้วยเช่นกัน แต่ที่สุดแล้วกลับกลายเป็นว่าการย้ายทีมอาจจะไม่เกิดขึ้น

วิดัล วัย 27 กะรัตซึ่งยังมีสัญญากับทีม ยูเวนตุส ถึงซัมเมอร์ปี 2017 กล่าวว่า ผมอยู่กับทีมที่ยิ่งใหญ่อย่าง ยูเวนตุส อยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่มีปัญหาหากโอกาสย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล่มไป ผมไม่ได้คิดว่าจะไปไหนต่อ ผมก็แค่อยากจะมีความสุขกับการพักผ่อนที่ชิลีกับผู้คนที่ผมรัก เราจะได้เห็นว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างตอนที่ผมกลับไปอิตาลี


===============================================




เบ็คส์ เปรยว่าอยากให้ เจอร์ราร์ด เป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษต่อไป ยืนยันเป็นคนที่เหมาะสมมากคุณสมบัติ เป็นผู้นำที่ดีให้นักเตะรุ่นน้องได้ แม้เวลานี้จะอายุมากแล้วก็ตาม

เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันของทีมชาติอังกฤษ เอ่ยปากอ้อนวอน สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทัพ สิงโตคำราม คนปัจจุบันจากสโมสรลิเวอร์พูล คาดปลอกแขนเป็นผู้นำให้กับทีมต่อไป แม้ว่าปัจจุบันจะอายุมาก และไม่สามารถพาทัพ ทรี ไลอ้อนส์ ไปประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลได้ก็ตาม

ซึ่งปัจจุบัน เจอร์ราร์ด อยู่ในวัย 34 ปีแล้ว ซึ่งหากว่ายังเล่นต่อไป จะทำให้ในทัวร์นาเมนต์ท์หน้า ยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส กัปตันจี จะมีอายุถึง 36 ปีเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม เบ็คแฮม ก็ยังเชื่อมั่นในอดีตเพื่อนร่วมทีมรายนี้ต่อไปผมคิดถึงการเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมคิดถึงการเล่นให้ เรอัล มาดริด แต่กับการเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ มันคือความปรารถนา และมีความหมายเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นสิ่งที่เกล้ากระผมคิดถึงที่สุดคือการเล่นให้ทีมชาติ


เบ็คยังกล่าวต่ออีกว่า ส่วนตัวผมคิดว่าคงจะเป็นการดีมาก ถ้าหากสตีเว่น ยังตัดสินใจที่จะเล่นฟุตบอลต่อไป เพราะครั้งนี้เป็นทัวร์นาเมนท์ที่น่าผิดหวัง และคนเป็นกัปตันก็เหมือนรับไปเต็มๆ แต่ในฐานะนี้คุณต้องมีความรับผิดชอบในการกระตุ้นทีม เขาทำแบบนี้มาตลอดกับ ลิเวอร์พูล และอังกฤษ เขาเป็นนักกระตุ้นพลังใจตัวจริง ความมุ่งมั่นเขาแสดงให้เห็นในสนามตลอด

สุดท้ายผมอยากเห็นเขาได้เล่นบอลต่อไป เพราะนักเตะรุ่นน้องต้องการต้นแบบ คนที่จะเป็นผู้นำ และเขาก็เป็นที่รักของทุกคน เขาไม่ต้องการคำแนะนำจากผม ผมแค่อยากบอกว่าเขาควรเล่นให้อังกฤษให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แค่นั้น อดีตมิดฟิลด์ ปีศาจแดง ร่ายยาว


ท่านสามารถติดตามรับชม ข่าว ฟุตบอล ผลบอล วิเคราะห์ผลบอล เพิ่มเติมได้ที

http://footballclubpza.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผลบอลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาไล่ตามชมข่าวบอลอัพเดทตลอดเวลา



วิเคราะห์บอล !!! สื่อกระทิงสาวไส้บาร์เซโลน่า ปัดเซ็นล่วงหน้าซิว โครส ฟรี กลางปี 2015 หลังนักเตะหมดสัญญา บาเยิร์น แม้เอเย่นต์พยายามเสนอขาย หวั่นกระทบความสัมพันธ์ 2 สโมสร

บาร์เซโลน่า ทีมดังแห่งศึก ลา ลีกา สเปน ปฏิเสธที่จะดึงตัว โทนี่ โครส มิดฟิลด์มากความสามารถของ บาเยิร์น มิวนิค ใน บุนเดสลีกา เยอรมัน มาร่วมทัพแบบฟรีๆ แม้เอเย่นต์ของนักเตะพยายามเสนอให้เซ็นสัญญาล่วงหน้าแบบไม่มีค่าใช้จ่าย หลังนักเตะใกล้หมดสัญญาในกลางปี 2015 เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีของทั้ง 2 สโมสร

ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากสื่อเจ้าหนึ่งในแดนกระทิงดุระบุว่า บาร์ซ่า ต้องการซื้อตัว โครส ในราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) แต่เอเย่นต์บอกให้รอ และพยายามโน้มน้าวให้เซ็นสัญญาล่วงหน้า ซึ่งทางสโมสรตอบมาสั้นๆ ว่า ไม่ดีกว่า ขอบคุณ ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ บอกว่ายังไม่ต้องการนักเตะในตำแหน่งนี้ เนื่องจากเพิ่งซื้อ อิวาน ราคิติช มาร่วมทัพ

ทั้งนี้ การปฏิเสธที่จะทาบทาม โครส ของ บาร์เซโลน่า ทำให้ เรอัล มาดริด คู่ปรับร่วมลีกกลายเปนเต็งที่จะได้ตัวกองกลางทีมชาติเยอรมันไปอยู่ด้วย

=========================================


พี่เบ็คส์ เชื่อ เมสซี่ จะเป็นตัวพิจารณาเกมนัดชิงดำ เวิลด์ คัพ 2014 ชี้สไตล์การเล่นของหัวหอก ฟ้า-ขาว ทำให้คนดูนั่งไม่ติด

เดวิด เบ็คแฮม อดีตมิดฟิลด์เทพบุตรทีมชาติอังกฤษ แสดงความเชื่อมั่นว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ามหัศจรรย์ทีมชาติอาร์เจนติน่า จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสิน โปรแกรมบอลเกมส์ ฟุตบอลโลก 2014 รอบชิงชนะเลิศที่พลพรรค ฟ้า-ขาว จะต้องพบกับ ทีมชาติเยอรมัน ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่า อาร์เจนติน่า จะต้องพึ่งดาวเตะจากรั้ว เจ้าบุญทุ่ม เพียงคนเดียวในเกมวันอาทิตย์นี้

อดีตกัปตัน สิงโตคำราม กล่าวถึงดาวเตะร่างจิ๋วของทีมชาติอาร์เจนติน่า ว่า เขามีความมหัศจรรย์อยู่ในตัว เขามอบความสุขให้กับผู้ชมด้วยลีลาการเล่นของเขา ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาดีเยี่ยมกว่าคนอื่นก็คือเขาสามารถเล่นกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเต็มด้วยทักษะและพรสวรรค์ แต่การคว้าแชมป์โลกไม่ได้ขึ้นกับเขาเพียงคนเดียว มันต้องขึ้นอยู่กับเพื่อนร่วมทีม และจังหวะจบสกอร์ด้วย

การเล่นให้ อาร์เจนติน่า ผมคิดว่ามันจะต้องเต็มไปด้วยความกดดัน การผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง มันมีความหมายกับ เมสซี่ รวมไปถึงครอบครัวและชาวอาร์เจนติน่ามากๆ มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเมื่อ อาร์เจนติน่า และ เยอรมัน ต้องมาพบกับในรอบชิง อาร์เจนติน่า เต็มไปด้วยนักเตะชั้นดีมากมาย แต่ผมอยากดู เมสซี่ เล่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เบ็คแฮม กล่าวทิ้งท้าย

=========================================


เตร็ดข้อมูลที่น่าสนใจ ก่อนศึกแห่ง2ทวีปจะเริ่มขึ้น ในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2014 ระหว่าง อินทรีเหล็ก เยอรมัน ปะทะ ฟ้า-ขาว อาร์เจนติน่า คืนนี้ เวลา 02.00 น.


สถิติที่น่าสนใจ


• หากนับตั้งแต่สมัยยังเป็น เยอรมันตะวันตก ทั้ง 2 ทีมเคยเจอกันมาแล้ว 20 ครั้งรวมทุกรายการ อาร์เจนตินาชนะ 9 ครั้ง เยอรมันชนะ 6 ครั้ง และเสมอกัน 5 ครั้ง
• ทว่าหากนับเฉพาะศึกฟุตบอลโลก เยอรมันทำได้ดีกว่า โดยเคยพบกัน 6 ครั้ง เยอรมันชนะ 3 ครั้ง ส่วนอาร์เจนติน่า เอาชนะได้แค่เกมเดียว
• ทั้งสองทีมเคยเจอกันในนัดชิงชนะเลิศมาแล้ว 2 หน ในปี 1986 ฟ้า-ขาว ชนะไป 3-2 คว้าแชมป์ได้สำเร็จ แต่อีก 4 ปีต่อมา 1990 อินทรีเหล็ก ก็แก้แค้นเอาชนะอาร์เจนฯไปได้ 1-0
• ทีมจากยุโรป ยังไม่เคยมาคว้าแชมป์ ที่ทวีปอเมริกาได้เลย
• ทีมจากยุโรป และ อเมริกาใต้ เคยเจอกันมาแล้ว 9 ครั้งในนัดชิงชนะเลิศ อเมริกาใต้เอาชนะได้ 7 ครั้ง ยุโรปชนะเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น
• ก่อนหน้านี้ เยอรมัน เข้าชิง 7 ครั้ง คว้าแชมป์โลกได้ 3 ครั้ง ส่วน อาร์เจนฯ เข้าชิง 4 ครั้ง คว้าแชมป์มาได้ 2 ครั้งด้วยกัน
• 10 นัดหลังสุดของ เยอรมัน ในฟุตบอลโลก ชนะ 8 เสมอ 1 และแพ้ 1
• ส่วน 10 นัดหลังสุดของ อาร์เจนฯ ในฟุตบอลโลก ชนะถึง 9 นัด และแพ้เพียงนัดเดียว ซึ่งเป็นการแพ้ให้กับเยอรมัน 4-0 เมื่อปี 2010
• 10 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ ทั้ง 2 ทีมไม่แพ้ใครเลย
• ส่วน 20 นัดหลังสุดทุกรายการ ทั้ง 2 ทีมก็แพ้แค่เพียงเกมเดียวเท่ากัน
• ทั้ง 2 ทีมถือว่าเป็นเจ้าแห่งการดวลลูกโทษด้วยกันทั้งคู่ โดย อินทรีเหล็ก เคยวัดความแม่น 4 ครั้งชนะรวด ส่วน ฟ้า-ขาว 5 ครั้ง ชนะ 4 และแพ้ 1
• ในทัวร์นาเม้นท์นี้ อาร์เจนติน่า ยังไม่เคยยิงประตูได้ในช่วงระหว่างนาทีที่ 15 ถึง 45 เลยแม้แต่ลูกเดียว
• หากเกมนี้ โทมัส มุลเลอร์ ทำประตูได้ 1 ลูก เขาจะขึ้นนำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ฮาเมส โรดิเกวซ ของโคลอมเบีย ที่ 6 ประตู แต่ถ้ายิงได้มากกว่านั้น จะครองตำแหน่งดาวซัลโวแต่เพียงผู้เดียว
• อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งดาวซัลโว เมสซี่ ของ ฟ้า-ขาว ก็มีสิทธิ์แย่งชิงเช่นกัน เพราะตอนนี้เขายิงได้ 4 ประตู
• อายุเฉลี่ยของผู้เล่นเยอรมัน อยู่ที่ 25.7 ปี ส่วนอาร์เจนติน่า อยู่ที่ 28.6 ปี

=========================================


อึ้ง แฟนบราซิลแห่แหนเชียร์เยอรมันคับคั่ง รับไม่ได้ถ้าฟ้าขาวอาร์เจนฯคว้าถ้วยบอลโลกในแดนแซมบ้า

ภายหลังเกมส์การแข่งขันระหว่างบราซิล และฮอลแลนด์ ซึ่งปรากฎว่า บราซิลพ่ายแพ้อย่างขาดลอย 0-3 ชวดคว้าอันดับสามฟุตบอลโลกไปแบบหมดลุ้น แฟนบอลบราซิลต่างแสดงความผิดหวังและแสดงอาการชิงชังภายหลังเกมส์ดังกล่าว โดยชาวบราซิลได้พากันด่าทอทีมตัวเองอย่างรุนแรง บางคนบอกว่า จำได้ไหมว่าบราซิลเคยเล่นฟุตบอลกับเขาด้วย

ส่วนบางรายถึงขั้นดูถูกว่า ฮูลิโอ ซีซาร์ นายทวารทีมแซมบ้าสร้างประวัติศาสตร์ยิ่งกว่ามิโรลสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าทีมชาติเยอรมันเสียอีก เพราะนายทวารรายนี้เสียประตูในการแข่งขันบอลโลกถึง 18 ลูก 14 ลูกเป็นการเสียประตูของทัวร์นาเม้นท์นี้

ขณะเดียวกัน ขณะที่เหล่าแฟนบอลบราซิลได้แห่มาเชียร์ทีมชาติเยอรมันแล้ว เพื่อหวังให้ทีมอินทรีเหล็กคว้าถ้วยฟุตบอลโลกครั้งนี้เหนืออาร์เจนติน่า โดยแฟนบอลบราซิลรายหนึ่งบอกว่าะเชียร์เยอรมันในนัดชิงวันอาทิตย์นี้ เพราะไม่ต้องการให้อาร์เจนติน่าได้แชมป์โลก

เช่นเดียวกับแฟนบอลอีกหลายคนที่บอกว่า เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้หากอาร์เจนติน่าจะคว้าแชมป์โลกในการแข่งขันนี้ เพราะชาวบราซิลไม่ต้องการเห็นอาร์เจนติน่ามาคว้าถ้วยบอลโลกบนแผ่นดินบราซิล และพวกเราจะไม่มีวันเชียร์อาร์เจนติน่าเป็นอันขาด

=========================================


′บังยี′แสดงตัว′ฟีฟ่า′ยกย่องเจ้าภาพบราซิลจัดการแข่งขันยอดเยี่ยม - เตรียมนำ′วานิชชิ่ง สเปรย์′ใช้ในไทย

บังยี นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะคณะกรรมการบริหารของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล เปิดเผยหลังจากการประชุมร่วมกันระหว่างบอร์ดบริหารฟีฟ่าทั้ง 24 คนกับทางฝ่ายคณะกรรมาธิการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก2014 ของบราซิลว่า ทางฟีฟ่า โดยเฉพาะเซ็ปป์ แบล๊ตเตอร์ ประธานฟีฟ่าได้กล่าวชมเชยฝ่ายจัดการแข่งขันของบราซิลที่จัดออกมาได้ยอดเยี่ยม ปัญหาแทบจะไม่มีเลย ทั้งที่ก่อนการแข่งขันเต็มไปด้วยสารพัดปัญหา แต่พอถึงเวลาจริงบราซิลกลับทำได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะการต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่ทำได้ยอดเยี่ยมมาก รวมทั้งฝ่ายรักษาความปลอดภัย

นอกจากนี้แบล๊ตเตอร์ยังได้กล่าวยกย่องอีกว่า นี่คือความสำเร็จของชาวบราซิลทั้งชาติในการร่วมมือกันจัดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ และเป็นความสำเร็จที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของบราซิล ฟีฟ่าภูมิใจในการจัดการแข่งขันชนิดที่ทำดีเกินคาด

นายวรวีร์กล่าวต่อว่า ส่วนตัวแล้วตอนแรกก็หวั่นใจเหมือนกันว่า บราซิลจะเป็นเจ้าภาพไหวหรือไม่ เพราะข่าวที่ปรากฏต่อสายตาคนทั้งโลกก่อนแข่งขันไม่ดีเลย แต่พอถึงเวลาจริงบราซิลทำได้ดีมาก ทั้ง 12 สนามแทบจะไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปอดภัย และการต้อนรับ โดยภาพรวมถือว่าบราซิลประสบความสำเร็จมาก ซึ่งทั้ง 12 สนามก็จะตกเป็นมรดกะอยู่คู่กับชาวบราซิลต่อไป นอกจากนี้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือว่ามีสีสันที่สุด เพราะคนบราซิลคลั่งไคล้ฟุตบอลจริงๆ พวกเขาร้องลำทำเพลงกันสนุกสนานในทุกเมือง แม้ทีมชาติบราซิลจะสร้างผลงานใน 2 นัดสุดท้ายได้ย่ำแย่สุดๆ ก็ตาม


เนื่องด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ฟีฟ่านำมาให้ในฟุตบอลโลก 2014 ทั้งวานิชชิ่ง สเปรย์ที่ใช้พ่นในกรณีมีจังหวะลูกฟรีคิก และโกลไลน์ที่ตรวจจับว่าลูกบอลข้ามเส้นประตูเข้าหรือไม่เข้านั้น นายวรวีร์กล่าวว่า ได้พูดคุยกับสมาคมฟุตบอลบราซิลในการนำวานิชชิ่ง สเปรย์ไปให้ผู้ตัดสินในฟุตบอลลีกไทยใช้เหมือนกัน เพราะสามารถนำไปใช้ได้เลย ขณะที่เรื่องโกล์ไลน์นั้นคงจะต้องพิจารณากันให้รอบคอบ เพราะเทคโนโลยีนี้บริษัทในประเทศเยอรมนีเป็นผู้ผลิต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูงมาก คิดว่าฟุตบอลลีกไทยตอนนี้ยังไม่สามารถนำไปติดตั้งทั้งระบบได้ แต่อนาคตถ้าค่าใช้จ่ายถูกลงก็คงพิจารณานำไปใช้ในลีกเมืองไทยต่อไป

=========================================



มู ซูฮก ฟาน กัล คือครูฝึกที่ดีที่สุดในบอลโลก 2014 เพราะถึงแม้จะไม่สามารถพาทีมเป็นแชมป์ได้ แต่ถึงกระนั้น เจ้าตัวก็พาทัพ ออเรนเย่ ชุดที่มีแข้งดาวรุ่งบานเบอะจบได้ไกลถึงอันดับ 3

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมจอมอหังการของ เชลซี ทีมชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เอ่ยปากซูฮก หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือมากประสบการณ์ทีมชาติฮอลแลนด์ ว่าคือเทรนเนอร์ที่สร้างผลงานได้โดดเด่นที่สุดในศึกเวิลด์ คัพ 2014 อย่างไม่ต้องสงสัย เห็นได้จากการพาทัพ อัศวินสีส้ม ชุด ยังบลัด จบทัวร์นาเมนต์ด้วยการคว้าอันดับ 3 ซึ่งเฮดโค้ชวัย 62 ก็จะเข้ามายกระดับฟอร์มการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้

เดอะ แฮปปี้ วัน ที่จะต้องพา สิงห์บลูส์ ลงแข่งขันกับ แมนฯ ยู ของ ฟาน กัล ในซีซั่นหน้า กล่าวว่า วาฮิด ฮาลิลฮอดซิซ, มิเกล เอร์ราร่า, ฮอร์เก้ ซามเปาลี, ฮอร์เก้ หลุยส์ ปินโต้, เจอร์เก้น คลิ้นซ์มันน์ หรือ โชเซ่ เปเกอร์มัน ล้วนทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ แต่ถ้าผมจะต้องเลือกแค่คนเดียว ผมก็คงต้องเลือกไปที่ หลุยส์ ฟาน กัล เพราะเขาสามารถพา ฮอลแลนด์ ที่ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

สุดท้ายนี้ มูรินโญ่ ยังได้แสดงความชื่นชมไปถึง ปอล ป็อกบา กองกลางดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก ด้วยเช่นกัน โดยกล่าวว่า ผมคงต้องยกให้ ป็อกบา เป็นแข้งที่เด่นที่สุดคนหนึ่งของ เวิลด์ คัพ เพราะถึงแม้ทีมชาติของเขาจะไม่สามารถไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายได้ แต่ผมคิดว่าเขาชี้ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาจะกลายเป็นผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลในศึก เวิลด์ คัพ ครั้งหน้าอย่างแน่นอน 


ท่านสามารถติดตามข่าว ฟุตบอล ผลบอล ตารางบอล วิเคราะห์ผลบอล เพิ่มเติมได้ที่

http://footballclubpza.blogspot.com/