วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ผลบอลตัวนำมาเลย์ จวก ผู้ฝึกสอนซิโก้ ผยองหรือใจเสาะ!

สื่อมาเลย์ จวก โค้ชซิโก้ หยิ่งเหรอขี้ขลาด!




หลังจากที่ได้ กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที ที่ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นั้นไม่ได้ออกมาแถลงข่าวก่อนเกม ทำให้สื่อฟุตบอลมาเลย์ได้พาดหัวข่าวตัวโตว่า หยิ่งไม่ใช่หรือขี้ขลาด

ทั้งนี้การแถลงข่าววิเคราะห์บอลก่อนเกมรอบชิงชนะเลิศ ศึกซูซูกิคัพ 2014 ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซีย ขณะวานที่สร้างผ่านมา โค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนกรุ๊ปชาติไทย ได้ส่ง โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน กับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารกัปตันฝ่าย มาร่วมกันแถลงข่าว

เพราะว่าที่ผู้สื่อข่าวมาเลเซีย นั้นพยายามที่จักถามจี้ ถึงเรื่องการไม่ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเองของ โค้ชซิโก้ ซึ่งทาง โชคทวี พรหมรัตน์ นั้นได้ตอบเช่นสั้นๆ ว่าเราเป็นฝ่ายเดียวกัน ทุกคนมีหน้าที่ช่วยงานหัวหน้าโค้ช

เขาได้กล่าวว่า พวกเราทำงานกันเป็นกลุ่ม โค้ชเองมีหน้าที่ดูแลคณะ ส่วนทางด้าน สต๊าฟฟ์เองก็มีหน้าที่ช่วยงานโค้ช พร้อมด้วยรับคำสั่งมาปฏิบัติตาม อดีตปราการหลังคณะชาติไทยกล่าว

และจากประเด็นนี้ทำให้ สื่อของมาเลเซีย หลายสำนัก นำไปตีข่าว พร้อมกับ พาดหัวข่าวว่า กุนซือทีมชาติไทยว่า Graeme arrogance or cowardice? หรือไม่แปลว่า หยิ่ง หรือไม่ ขี้ขลาดกันแน่? ที่ไม่ยอมออกมาแถลงข่าวในครั้งนี้

ซึ่งในโปรแกรมบอลเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก ของ ศึกฟุตบอลไทย เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 จักมีขึ้นในเย็นวันนี้ เวลา 19.00 นาฬิกา ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์บอล: มาสู่มองเช็กใบรับเงินศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษขวางแป๊บสวยกว่า

มาดูเช็กบิลศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษกันหน่อยดีกว่า




ซึ่งสกู๊ปหลังเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 15 มาดูซิว่ามีอะไรเกิดขึ้นในอาทิตย์นี้บ้าง




ข้อแรก ปิดฝาไร้พ่าย


คราวนี้ก็เลิกพูดอย่างเป็นทางการกับแนวทางไร้พ่ายของ เหล่าเชลซีในฤดูกาลนี้ จบสิ้นลงแล้วด้วยฝีมือของ กรุ๊ปนิวคาสเซิล เชื่อว่าเป็นแมตช์ที่ทุกคนรอคอยยกเว้นแฟน ทีมเชลซี สถานการณ์แบบนี้ใคร่เห็นกันมานาน

ครั้นเมื่อกรุ๊ปเชลซีสะดุดตอ ทำให้หลายทีมแช่งอยู่ในใจแบบนี้ โดยเฉพาะ ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประกาศตั้งหน้าตั้งตาไล่ล่าอย่างชัดเจน แต่แล้ว กรุ๊ปซันเดอร์แลนด์ ทำเป็นตัวอย่างเอาไว้ว่าสมรรถดึงแต้มจาก คณะเชลซีได้ ทำให้ ทีมนิวคาสเซิล นั้นตอกย้ำอีกครั้งอย่าว่าแต่แบ่งแต้ม ยึดมาครองทั้งหมดยังได้

ซึ่งได้ปิดกำแพงไร้พ่ายอย่างเป็นทางการจึงเกิดขึ้น ไม่ต้องถกเถียง ไม่ต้องคาดเดาอีกถัดจากนั้น




ข้อที่สอง โค้ชโจเซ่ มูรินโญ่

ภายหลังที่ ไม่มีอาการเครียดให้เห็นกันมานาน ซึ่งผลงานลูกคณะตอบสนองอย่างต่อเนื่อง แม้มีเรื่องไม่ถูกใจบ้างแต่ผ่านไปได้ เอาตัวรอดไปได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหายโลกฟุตบอลเป็นแบบนี้ น้ามู รู้สึกแบบนั้นจนกระทั่งวันที่ความพ่ายพ่ายเข้ามาเยือน

ซึ่งแม้แต่เด็กเก็บบอล โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นยังไม่สบอารมณ์ ถ่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่กวนใจ น้ามู เป็นที่สุด ไม่ชินกับสถานการณ์เป็นแบบนี้ง่ายอยู่แล้วกับการอารมณ์เสีย

ทำให้สถานการณ์ของ กลุ่มเชลซีใช่ว่าเลวร้ายจนรับไม่ได้ ผิดพลาดครั้งใหญ่จนดิ่งลงเหว เส้นทางยังคงดูดี แทบแต่ทุกพวกต่างรู้สึกมั่นใจมากขึ้น อาจคาดเดาด้วยกันวางแผนที่จะแบ่งแต้มจาก ฝ่ายเชลซีได้ ไม่ใช่เรื่องเกินตัวอีกหลังจากนั้น




ข้อที่สาม ปาปิสส์ ซิสเซ่

ต้องวิเคราะห์บอลให้เครดิตร่วมกันทั้งทีม ซึ่งทั้ง 2 ประตูที่จัดการ ทีมเชลซี ตัวของ ปาปิสส์ ซิสเซ่ ได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับ กลุ่มเชลซีได้เป็นอย่างดี คงจำชื่อนี้ไปอีกนานกับการหยุดยั้งความฝันไร้พ่าย

ซึ่งภายหลังเดินหน้าแบบแฟนบอล คณะสาลิกายังตกใจ ไม่ทะเยอทะยานจักเชื่อว่า อลัน พาร์ดิว จักอาจจักพาพวกชนะติดต่อกันได้แบบยาวๆ กำลังเพลิดเพลินในการเดินทาง สะดุดด้วยการพ่ายให้ กลุ่มเวสต์แฮมต่อเนื่องด้วยการเจ๊า พวกเบิร์นลี่ย์

ก็เริ่มจะมีข้อสงสัยกันว่า กรุ๊ปนิวคาสเซิล จะสร้างเส้นกราฟแบบวูบวาบหรือเปล่า สุดท้ายได้คำตอบที่สุดยอดด้วยการกลับมาเก็บ 3 แต้ม ในเกมที่ใครๆ ต่างจับตา




ข้อที่สี่ เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ซึ่งการไล่ล่าแบบมีความหมายเหลือกระฉ่อนเกิน มานูเอล เปเญกรินี่ ได้กระตุ้นลูกกลุ่มเรือใบทุกนัดว่า กรุ๊ปเชลซีต้องมีสะดุด เพราะว่าฉะนั้นการเดินหน้าของตัวเองต้องมั่นคงไว้ก่อน ภายหลังนั้นค่อยหันไปมอง น้ามู กับลูกคณะว่าโดนคู่แข่งเหล่าไหนขัดขาได้บ้าง

พร้อมกับจากแต้มที่โหมโรงมีการมองกันว่าชักจะห่างไปหน่อย เรือใบขยับไล่ด้วยการเก็บชัยชนะทุกนัดใน 4 เกมหลังสุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เชลซีทีเขวไปบ้าง ทำให้การไล่ขยับเข้ามาใกล้จนหายใจรดต้นคอกันเรียบร้อยแล้ว

คะแนน 3 แต้ม คือระยะห่างที่เห็นกันเต็มตาในตารางบอลอันดับ ความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นแน่นอน





ข้อที่ห้า กุน อเกวโร่

เหตุด้วยภาพอาการบาดเจ็บ นั่นคือปัญหาใหญ่ กุน อเกวโร่ คือนักเตะคนสุดท้าย ในศึกพรีเมียร์ลีกที่ มานูเอล เปเญกรินี่ ต้องการเห็นในมุมของการบาดเจ็บ

จะเห็นได้ว่ามีการตอกย้ำกันมาตลอด กำลังสำคัญในการไล่ล่าแชมป์ของเรือใบ อเกวโร่ คือกองกำลังที่สำคัญมากๆ ต้องพยายามหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บให้มากที่สุด

ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครการันตีเรื่องแบบนี้ได้ แต่นั่นคือปัจจัยที่เรือใบรับรู้เป็นอย่างดี ไม่มี กุน อยู่ช่วยงานมากนัดเท่าไหร่จักมีผลกระทบต่อการไล่ตาม หมู่เชลซีมากเท่านั้น

หลังจากที่ดึง 3 แต้ม มาจาก พวกเอฟเวอร์ตัน ได้สำเร็จ พร้อมกับช่วงเวลาที่เชลซีโดนเล่นงาน ความแฮปปี้เข้ามาเยือน โค้ชมานูเอล เปเญกรินี่ แบบเต็มๆ

แล้วเรื่องซวยก็มาเยือน คือ กุน อเกวโร่ นั้นได้รับบาดเจ็บ ในนาทีนี้คาดหวังว่าอย่าเจ็บนานก็แล้วกันครับ




ข้อที่หก อาร์แซน เวนเกอร์

ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เฮียแกจักมาอารมณ์ไหนเหมือนกัน โดนทั้งแฟนบอล หมู่สโต๊ค เล่นงานตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำเกม โดนทั้งแฟนบอลตัวเองต่อว่าต่อขาน ก่อนหน้านี้ เวนเกอร์ ตอบโต้แฟนบอลไว้ว่า ย้อนกลับไปดูสถิติของกลุ่มปืนโต มีกุนซือคนไหนในโลกนี้ที่พาคณะเข้าไปรอบน็อกเอาต์เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นประจำ มีลุ้นแชมป์ กับ ติดท็อปโฟร์ ตลอด

พร้อมทั้งกุนซือคนไหนจะเทียบชั้นกับ เวนเกอร์ ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ต้องยอมรับในความเป็นแน่นอน แต่ทว่า ภาพเดิมๆ แบบนั้นสำหรับแฟนบอลคือความซ้ำซาก ได้แค่นั้นเพราะว่าไม่รอบรู้ขยับความรู้สึกให้มากกว่าเดิมได้

เป็นเรื่องธรรมดาครับกับความต้องการของคน ถูกใจทั้งหมดทุกครั้งเชื่อวันคงเป็นไปไม่ได้ แต่จักทำให้รู้สึกผ่อนคลายแค่ไหนนั่นสำคัญกว่า

ซึ่งเวนเกอร์ นั้นเจรจาไว้ชัดเจนแล้วว่า อีก 3 ปี ทีมอาร์เซนอล ชุดนี้จะลุ้นแชมป์เต็มตัว รอกันได้หรือเปล่า




ข้อที่เจ็ด ปัญหาซ้ำซาก

ซึ่งนอกจากอาการแผ่วเป็นพักๆ ของ คณะอาร์เซนอลที่เราเห็นเป็นประจำ อาการบาดเจ็บก็มักจะเล่นงานจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ ต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์บอลสถานการณ์ทั้งหมด หาสาเหตุเหรอความเป็นไปว่าเป็นเช่นไรกันแน่

เพราะว่าที่อีกเรื่องหนึ่งคือใบแดงแจ้งโทษ มีเป็นประจำเช่นกันกับลูกคณะของ เวนเกอร์ นักเตะบาดเจ็บ นักเตะติดโทษแบบเป็นปัจจัยเกี่ยวกับทุกหมู่ แต่ หมู่อาร์เซนอล มักจะหลีกเลี่ยงได้ไม่ดีเท่าไหร่ กลับไปปรับปรุงเดี๋ยวนี้




ข้อที่แปด พลาดทั้งในพร้อมด้วยนอกสนาม

เรียกว่าเป็นเรื่องของ ทีมฟุตบอลลิเวอร์พูล ที่ได้เจอเหตุการณ์นี้ ที่พลาดในสนามเป็นเรื่องราวที่ เปลื้องปละละเลยความเด็ดขาด ใช้โอกาสเปเล่าลืองไปเรื่อยเปื่อย

ซึ่งจังหวะไหนต้องได้เหรอควรจักได้จำเป็นต้องรักษาเอาไว้ ยิ่งเกมที่เล่นในบ้านยิ่งต้องได้ น่าเสียดายที่หงส์แดงทำไม่สำเร็จ

ซึ่งเรื่องราวนอกสนามก็คือ ฝ่ายเชลซี พ่ายแพ้ กรุ๊ปอาร์เซนอล พ่ายแพ้ ซึ่งนี่คือโอกาสทองในการเก็บแต้มขยับตัวเองให้ชัดเจน โอกาสที่ด้านบนจะพลาดพร้อมๆ กันนั้นไม่ง่าย แต่ทว่าสถานการณ์ผ่านไปแบบน่าเสียดายอีกแล้ว

ก็เอาเป็นว่าการเจ๊า ฝ่ายซันเดอร์แลนด์ นี้เป็นเรื่องเสียหายไม่น้อย พลาดทั้งการเก็บแต้มเต็มในบ้าน พลาดทั้งการขยับแต้มในจังหวะที่เหล่าใหญ่นัดกันพลาด

ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่าหนักอกหนักใจเนื่องด้วย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส พร้อมทั้งลูก กลุ่มลิเวอร์พูล อย่างยิ่ง ต้องเคลียร์ต้องเกลี่ยนักเตะให้เหมาะสมกับโปรแกรม แม้ว่าฟอร์มโดยรวมยังไม่เป็นอย่างที่คาด

เพราะว่าที่เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ในนัดชี้ชะตารออยู่เต็มๆ กลางอาทิตย์ รวมถึงศึกพรีเมียร์ลีก นัดต่อจากนั้นต้องทำศึกแดงเดือดกับ กรุ๊ปผีแดง

นั่นทำให้ ร็อดเจอร์ส ต้องมีเรื่องให้คิดกับทำการบ้านแบบละเอียดยิบเต็มไปหมด ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่า ทีมยังคงไม่มีฟอร์มที่น่าประทับใจอะไรเลย





ข้อที่เก้า คิวพีอาร์

ก็ได้โชคสองชั้นเข้ามาเยือนบ้างแล้ว ชั้นแรกคือเชี่ยวชาญเก็บผลบอล 3 แต้ม ที่ต้องการได้เสียที เจอคู่แข่งลักษณะนี้ทำได้ตามแผน ตามความต้องการนั้นนั้นสำคัญมากๆ

ซึ่งนอกจากขยับตัวเองได้แล้ว ยังกดคู่แข่งที่คาดว่าจะแย่งชิงพื้นที่อยู่รอดกันได้อีกด้วย โชคชั้นที่ 2 ของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ พร้อมกับลูกฝ่ายก็คือสามารถดีดตัวเองออกมาจากเรดโซนได้สำเร็จ

นี่ก็เป็นการชั่วคราวก็ยังดีกว่าจมอยู่ตรงนั้นนานๆ ที่อยู่ต้องรอดูว่าปัญหาใบแดงของ ชาร์ลี ออสติน จะมีผลกระทบต่อพวกมากน้อยแค่ไหน

เขียนเรื่องโดย ดามัน

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บอลพรีเมียร์ลีกใครดำรงฐานะกาย เจ็บแสบ สรรพสิ่งใครมาหาดูกัน

ใครเป็นตัว แสบ ของใครมาดูกัน





เพราะว่าพรีเมียร์ลีกนัดกลางสัปดาห์นี้ มีการพบกันระหว่างสองกรุ๊ปที่มีสถิติหรือว่าผลงานข่มกันอยู่หลายคู่ เหรอพูดง่ายๆ ว่าคณะหนึ่งจะเป็นเหล่าที่มักจักทำแสบกับอีกทีมหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะด้วยการชนะอย่างต่อเนื่อง การไม่จำนนได้อย่างยาวนาน ไม่ก็การมีสถิติดีกว่าในบ้านหรือไม่ก็นอกบ้าน

หลังจากที่หนังสือพิมพ์อย่าง เดอะเทเลกราฟ ได้ทำการประมวลเหล่าว่าทั้ง 20 กรุ๊ป ในศึกพรีเมียร์ลีกทันที มาดูกันว่าจักมีฝ่ายไหนเป็นกรุ๊ปแสบที่คอยเป็นหนามยอกของหมู่คู่แข่งอยู่บ้าง


1.กลุ่มแสบของ หมู่อาร์เซนอล คือ เหล่าเชลซี



ด้วยเหล่าอาร์เซนอลนั้น ลงเตะกับ ทีมเชลซีมาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งหลังจาก โจเซ่ มูรินโญ่ ได้กลับมาดูแลเหล่าคู่แข่งร่วมเมืองรอบสอง กับพ่ายไปด้วยสกอร์รวม 10-0 แถมก่อนหน้านี้ โค้ชอาร์แซน เวนเกอร์ ก็ไม่เคยนำกลุ่มปืนใหญ่เอาชนะ กรุ๊ปสิงโตน้ำเงินครามของ มูรินโญ่ ได้เลยในการพบกันทั้งสิ้น 8 นัด


2.คณะแสบของ กรุ๊ปแอสตัน วิลล่า คือ กรุ๊ปฟูแล่ม



นับเวลาตั้งแต่ กลุ่มสิงห์ผงาด นั้นเอาชนะ คณะเจ้าสัวน้อยได้แบบไปกลับในฤดูกาล 2009-2010 พวกเขาก็ชนะได้อีกแค่ครั้งเดียวในการพบกัน 3 ฤดูกาลภายหลังนั้น แถม ทีมวิลล่ายังปราชัยทั้ง 2 นัด ในฤดูกาลที่แล้วที่ ทีมฟูแล่มตกชั้นด้วย


3.กลุ่มแสบของ เหล่าเบิร์นลี่ย์ คือ คณะแมนเชสเตอร์ ซิตี้



หลังจากที่วิเคราะห์บอล คณะมิดเดิลสโบรห์ กับ กรุ๊ปแบล็คเบิร์น ซึ่งทั้งสองพวกนั้นเป็นคณะแสบเนื่องด้วย ทีมเบิร์นลี่ย์ แต่ว่าเหล่าแมนฯ ซิตี้ เป็นเป็นทีมที่ไม่จำนนต่อพวกเขามายาวนานที่สุดถึง 40 ปี แถมฝ่ายเฟุ้งเฟื่องดหมูยังแพ้ต่อ คณะเรือใบสีฟ้าด้วยสกอร์ 5 ด้วยกัน 6 ลูกอีกอย่างละ 2 ครั้ง ซึ่งนับตั้งแต่ ที่เป็นฝ่ายชนะได้ครั้งหลังสุดเมื่อปี 1974


4.หมู่แสบของ กรุ๊ปเชลซี คือ กรุ๊ปซันเดอร์แลนด์



โค้ชโจเซ่ มูรินโญ่ นั้นต้องเสียสถิติอันแสนภาคภูมิใจของเขาที่ ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ลงด้วยน้ำมือของกรุ๊ปซันเดอร์แลนด์ตราบฤดูกาลที่แล้ว หลังจากที่หมู่แมวดำ นั้นกลายเป็นกลุ่มแรกที่บุกมาชนะ พวกสิงโตน้ำเงินคราม ได้ถึงบ้านได้ในเกมลีกในยุคที่เขาดูแลทีมอยู่ แถมยังโดนเขี่ยตกรอบลีกคัพไปในฤดูกาลเดียวกันด้วย


5.คณะแสบของ ฝ่ายคริสตัล พาเลซ คือ ฝ่ายโบลตัน



สถิติของทีมพาเลซ นั้นไม่เคยเอาชนะเกมลีกที่บ้าน หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้นับตั้งแต่ปี 1989 พร้อมด้วยไม่เคยชนะที่บ้าน คณะอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 1994 แต่ก็คงไม่ถือว่าเหนือความคาดหมายอะไร ก็เพราะว่าฉะนั้นหมู่ที่น่าจะเป็นตัวแสบที่สุดของพวกเขาคงเป็น กรุ๊ปโบลตัน ซึ่ง คณะพาเลซ นั้นยังเอาชนะได้แค่ครั้งเดียวในการพบกัน 16 นัดหลัง


6.ทีมแสบของ ทีมเอฟเวอร์ตัน คือ เหล่าลิเวอร์พูล



ถ้าสมมตจักมีกรุ๊ปไหนที่สร้างความเจ็บแสบให้กับ ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน ได้มากไปกว่าคู่ปรับร่วมเมืองอย่างกรุ๊ปลิเวอร์พูล ซึ่งกลุ่มทอฟฟี่ นั้นพ่ายแพ้ ทีมหงส์แดง ใน

  1. นัดชิงลีกคัพ 1 ครั้ง 
  2. นัดชิงเอฟเอคัพ 2 ครั้ง 
  3. รอบตัดเชือกเอฟเอคัพ 1 ครั้ง 

ซึ่งไม่เคยชนะที่ถิ่นแอนฟิลด์เลยนับตั้งแต่เปลี่ยนสหัสวรรษใหม่ มีแทบหมู่อาร์เซนอลเท่านั้นที่เอาชนะพวกเอฟเวอร์ตันได้มากกว่าทีมลิเวอร์พูล


7.คณะแสบของ ฝ่ายฮัลล์ คือ ทีมเบิร์นลี่ย์



สถิติโดยส่วนตัวแล้ว ฝ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นอาจจะเป็นพวกแสบเกี่ยวกับ โค้ชสตีฟ บรู๊ซ เพราะว่ากุนซือของ คณะฮัลล์ยังไม่เคยควบคุมทีมเอาชนะฝ่ายเก่าของเขาได้เลย แต่ถ้าในฐานะกรุ๊ปแล้ว เหล่าเบิร์นลี่ย์คือตัวแสบด้วย กลุ่มฮัลล์เลยทีเดียว ก็เพราะว่าเอาชนะได้ถึง 8 นัด จาก 9 นัดครั้งหลังสุด ที่พบกัน รวมถึงชัยชนะ 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลของทีมเเลื่องดหมูด้วย


8.กรุ๊ปแสบของ หมู่เลสเตอร์ คือ กรุ๊ปเวสต์แฮม



แค่แค่ชื่อของ คณะเวสต์แฮม นั้นก็คงทำให้ ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ นั้นต้องขนลุกขนพองได้แล้ว ก็เพราะว่า หมู่จิ้งจอกสยาม นั้นคว้าชัยชนะเหนือ เหล่าขุนค้อน ได้แค่ครั้งเดียวนับตั้งแต่ปี 1966 หรือใน 53 นัดหลังสุดที่พบกันนั่นเอง ด้วยกันต้องหวังว่าจักหยุดสถิตินั้นลงได้ ในการพบกันครั้งรองลงไปในวันที่ 20 ธันวาคมนี้


9.พวกแสบของ กรุ๊ปลิเวอร์พูล คือ กรุ๊ปเลสเตอร์ ซิตี้



ถ้าสมมุติลองย้อนตารางบอลพรุ่งนี้กลับไปตั้งแต่ทศวรรษ 1960 หมู่เลสเตอร์ถือเป็นทีมสุดแสบด้วย กลุ่มลิเวอร์พูลแล้ว เพราะว่ากรุ๊ปจิ้งจอก นั้นบุกคว้าชัยที่แอนฟิลด์ได้ 3 นัดติด ในระหว่างปี 1963 - 1965 ซึ่งเป็นช่วงที่คณะยุคแรกของโค้ช บิลล์ แชงค์ลีย์ กำลังก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ หลังจากนั้น กรุ๊ปเลสเตอร์ก็ยังเอาชนะ คณะลิเวอร์พูลได้ในอีกหลายแมตช์สำคัญ ๆ


10.ฝ่ายแสบของ หมู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือ กลุ่มซันเดอร์แลนด์



สถิติของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แพ้ พวกซันเดอร์แลนด์ ด้วยสกอร์ 0 - 1 ตลอด 4 ครั้งหลังสุดที่ไปเยือนในถิ่น สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ยังไม่นับเกมล่าสุด พร้อมกับก่อนที่เรือใบสีฟ้าจะถูกอภิมหาเศรษฐีจากตะวันออกกลางเข้ามาเทกโอเวอร์ขณะเดือนกันยายนปี 2008 พวกเขาไม่เคยบุกชนะ เหล่าแมวดำได้เลย


11.ฝ่ายแสบของ พวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ คณะเชลซี



ไม่มีฝ่ายไหนแย่งแต้มจากแมนฯ ยูไนเต็ดในยุคของพรีเมียร์ลีกได้มากไปกว่าเชลซีอีกแล้ว แม้ปิศาจแดงจะเอาชนะสิงโตน้ำเงินครามได้ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเท่าที่ปี 2008 แต่สถิติการพบกันใน 10 นัดหลังสุดนั้น แมนฯ ยูไนเต็ดชนะได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น


12.พวกแสบของ กลุ่มนิวคาสเซิล คือ เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้



ถึงแม้ว่า กรุ๊ปนิวคาสเซิล นั้นจะบุกคว่ำ หมู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ลงได้ในลีกคัพฤดูกาลนี้ แต่ว่าสถิติของกรุ๊ปสาลิกาดง นั้นก็ยังเป็นรอง ทีมเรือใบสีฟ้าอยู่บานเบอะ จนกระทั่งต้องจำนนรวดมา 11 นัดก่อนหน้านั้น พร้อมด้วยชนะได้แค่ 2 จาก 22 นัดหลังสุดที่พบกัน


13.พวกแสบของ พวกควีนส์ปาร์ค คือ คณะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์



หมู่ควีนส์ปาร์ค ได้ลงเตะกับ คณะฟอเรสต์ ที่ ถิ่นซิตี้ กราวด์มาแล้วทั้งสิ้น 29 นัด โดยไม่เคยชนะแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าถ้าหากลองย้อนกลับไปตั้งแต่การพบกันครั้งแรกในเกม เอฟเอคัพ ปางปี 1934 ซึ่งเจ้าป่าเปิดบ้านถล่ม ทีมทหารเสือราชินี ไปผลบอล 4-0


14.กรุ๊ปแสบของ หมู่เซาธ์แฮมป์ตัน คือ เหล่าซันเดอร์แลนด์



ฝ่ายเซาธ์แฮมป์ตัน นั้นไม่เคยเอาชนะ กลุ่มซันเดอร์แลนด์ ได้เลยในช่วง 11 ปีที่ทะลวงมา และก่อนที่จะเปิดบ้านยิงไปถึง 8 - 0 ในฤดูกาลนี้ ถือเป็นการถอนแค้นแบบทั้งต้นทั้งดอกจากที่ไม่ชนะเลยในการพบกัน 8 นัดก่อนหน้านี้


15.กรุ๊ปแสบของ พวกสโต๊ค คือ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



ซึ่งถ้านับตั้งแต่ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ศึกพรีเมียร์ลีกได้ การที่ได้ไปเยือน ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ เหล่าสโต๊คทั้ง 7 ครั้ง ลงเอยด้วยความพ่ายจำนนทั้งหมด รวมถึงในเกมล่าสุดที่เพิ่งพบกันด้วย เพราะช่างปั้นหม้อเสียไปถึง 22 ประตู ใน 7 นัดนี้


16.ทีมแสบของ พวกซันเดอร์แลนด์ คือ กลุ่มเอฟเวอร์ตัน



คณะซันเดอร์แลนด์ นั้นทำได้แค่เสมอกับ ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน 1-1 ในบ้านในการพบกันในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ทำให้ ทีมแมวดำ ชนะ คณะทอฟฟี่สีน้ำเงินได้แค่ 2 นัดจาก 23 นัดหลังสุดเท่านั้น พร้อมทั้งยังเคยถูกถล่มถึง 7-1 ในการพบกับที่ สนามกูดิสัน ปาร์ค ขณะปี 2007 อีกด้วย


17.ฝ่ายแสบของ คณะสวอนซี คือ กลุ่มเอฟเวอร์ตัน




เพราะด้วยพวกสวอนซี ที่เพิ่งเอาชนะ กลุ่มเอฟเวอร์ตันได้เป็นครั้งแรกในพระราชประวัติศาสตร์ ในเกมลีกคัพที่พบกันในฤดูกาลนี้ที่ สนามลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ภายหลังที่ไม่เคยชนะเลยใน 20 เกมก่อนหน้านี้ ซึ่ง กรุ๊ปหงส์ขาวนั้นแพ้ไปถึง 15 ครั้ง ด้วยกัน ในเกมล่าสุดที่พบกันใน ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ที่ สนามกูดิสัน ปาร์ค ในเกมก็ลงเอยด้วยการเจ๊ากันแบบโนสกอร์


18.กลุ่มแสบของ คณะสเปอร์ส คือ ฝ่ายเชลซี



ภายหลังที่ กลุ่มสเปอร์ส นั้นบุกมาชนะ กลุ่มเชลซีได้แค่ครั้งเดียวใน 27 นัดหลัง พร้อมด้วยยังไม่นับเกมล่าสุด ใช่ไหมนานถึง 24 ปี มาแล้ว ที่พวกเขานั้นคว้าชัยได้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่วนสถิติของการพบกันที่ไวท์ฮาร์ทเลนก็ไม่ได้ดีกว่านั้นมากนัก เพราะว่าคณะไก่เดือยทอง นั้นเอาชนะ เหล่าสิงห์โตน้ำเงินครามในบ้านไม่ได้เลยในระหว่างปี 1987-2006


19.พวกแสบของ พวกเวสต์บรอมวิช คือ ทีมสโต๊ค




ฝ่ายสโต๊ค นั้นมีสถิติข่ม กรุ๊ปเวสต์บรอมมาเพราะตลอดในช่วงหลังๆ ขณะชนะถึง 11 พร้อมทั้ง ไม่ได้ปราชัยเลยใน 15 นัดที่พบกัน จนแฟน ฝ่ายช่างปั้นหม้อ ถึงกับแต่งเพลงสนับสนุนเอาไว้ร้องเยาะเย้ย แฟนพวกฟุตบอลเดอะแบ็กกี้ส์ โดยเฉพาะ พร้อมกับในการพบกัน 30 ครั้งหลังสุด เหล่าเวสต์บรอม นั้นเอาชนะได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น


20.พวกแสบของ กลุ่มเวสต์แฮม คือ ฝ่ายเอฟเวอร์ตัน



แม้ลองย้อนกลับไปปี 2007 ที่ เหล่าเวสต์แฮม นั้นเอาชนะ เหล่าเอฟเวอร์ตันได้ครั้งหลังสุด ภายหลังนั้นฝ่ายทอฟฟี่ก็เอาชนะ เหล่าขุนค้อนได้ถึง 9 จาก 13 นัดที่พบกัน ซึ่งแม้แต่ในช่วงที่ หมู่เวสต์แฮมฟอร์มกำลังพุ่งในฤดูกาลนี้ พวกเขาก็ยังออกไปพ่าย พวกเอฟเวอร์ตัน 1 - 2 ที่ สนามกูดิสัน ปาร์ค


วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ทีมเรือใบบุกถล่มพวกนักบุญคาที่อยู่ 3-0 กระโจนรุ่งโรจน์รองรับจ่าฝูง

กลุ่มเรือใบบุกถล่มฝ่ายนักบุญคาบ้าน3-0 ทะยานขึ้นรองจ่าฝูง




เพราะที่ 1.ยาย่า, 2.แลมพาร์ด, พร้อมกับ 3.กลิชี่ ได้ซัดกันคนละประตู ช่วยให้ ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเชือด กรุ๊ปนักบุญ เซาแธมป์ตันคาถิ่น 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2014-2015

ซึ่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2557 เป็น การโคจรมาพบกันของ 2 กรุ๊ปหัวตาราง ระหว่าง คณะนักบุญ เซาแธมป์ตัน รองจ่าฝูง เปิดรัง เซนต์แมรี่ส์ ต้อนรับการมาเยือนของ ฝ่ายเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คณะอันดับที่ 3 ของตาราง 

โดยเนื่องด้วยในเกมนี้ฝั่งเจ้าบ้าน โรนัลด์ คูมัน จัดทัพใหญ่ลงสนาม นำมาเพราะว่า

  • มอร์แกน ชไนเดอร์แลง
  • ดูซาน ทาดิช
  • สตีเว่น เดวิส
  • ซาดีโย มาเน 
  • กราเซียโน่ เปลเล่ ที่เป็นหัวหอกตัวความหวัง 


ทางด้านหมู่เยือนของ มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือใหญ่ ได้จัดทัพที่ดีที่สุดของพวกลงสนาม นำทัพมาเพราะ

  • ยาย่า ตูเร่
  • แฟร์นันดิญโญ่
  • ซาเมียร์ นาสรี่
  • สเตวาน โยเวติช 
  • เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน


ซึ่งจนกระทั่งขึ้นต้นเกมการแข่งขันโปรแกรมบอล นาทีที่ 5 กลุ่มเยือน แมนฯ ซิตี้ ได้ทักทายก่อนจากจังหวะ ยิงไกลของ กาแอล กลิชี่ แต่บอลเหินออกหลังไปไกล

ในนาทีที่ 15 ฝ่ายแมนฯ ซิตี้ นั้นยังครองเกมส่วนใหญ่เอาไว้ได้ ยาย่า ตูเร่ ส่องไกล แต่บอลไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ รับเอาไว้ได้สบายๆ

ต่อมาในนาทีที่ 20 แฟน หมู่นักบุญ เกือบได้เฮ จากจังหวะโยนบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษของ ชไนเดอร์แลง ให้กับ กราเซียโน่ เปลเล่ แต่เจ้าตัวยิงไปติด โจ ฮาร์ท บอลกระดอนออกมา สตีเว่น เดวิส ซ้ำไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท มาเข้าทาง ดูซาน ทาดิช แต่เจ้าตัวก็ยิงไม่ลอด โดน โจ ฮาร์ท บล็อกลูกออกหลังไปได้หวุดหวิด

นาทีที่ 30 เหล่าแมนฯ ซิตี้ นั้นเกือบได้ประตู จากจังหวะที่ ซาเมียร์ นาสรี่ จ่ายให้ โยเวติช หลุดเข้าไปยิง ติดเซฟ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ บอลปลิ้นเกือบจักเข้าประตู แต่โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ตามมาเคลียร์ทิ้งได้ที่เส้นประตู หวุดหวิดจะเสียประตูให้กับ แมนฯซิตี้

พร้อมด้วยช่วงเวลาที่เหเลื่องลือนั้น เจ้าบ้าน เหล่าเซาแธมป์ตัน ดูจักตั้งเกมของพวกเขาได้ กับเกริ่นโจมตีแนวรับของ หมู่แมน ฯ ซิตี้ บ่อยมากขึ้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่รอบรู้พาบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้

ทางด้านของคณะเยือน ดูเหมือนจะเครื่องช็อตไปบ้างในช่วงท้ายๆ ครึ่งแรก แต่เพราะรวมยังถือว่าเล่นกันได้ดี มีจังหวะเข้าทำดีๆหลายครั้ง และใกล้เคียงมากที่สุดของเกมนี้คงจักเป็น จังหวะยิงของ สเตวาน โยเวติช แต่บอลไปถูก อัลเดอร์ไวเรลด์ เคลียร์ทิ้งจากเส้นประตูได้ทัน จบเกมการแข่งขันในครึ่งแรก หมู่เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านเสมอ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0

เริ่มทำเกมส์ในครึ่งหลัง โรนัลด์ คูมัน ได้เปลี่ยนสำรองคนแรกทันที โดยส่ง มายะ โยชิดะ ลงแทนที่ มอร์แกน ชไนเดอร์แลง

ในนาทีที่ 47 ดูซาน ทาดิช พาบอลมาทางริมเส้นด้านขวาก่อนตัดเข้าในแล้วซัดด้วยเท้าซ้ายทันที บอลพุ่งออกหลังไปแบบได้ลุ้น

โดยในนาทีที่ 50 กองสนับสนุนฝั่ง กลุ่มเรือใบสีฟ้า ก็ได้เฮกันลั่น เซนต์แมรี่ส์ จากจังหวะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ พาบอลเลาะไปทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายคืนหลังออกมาให้ ยาย่า ตูเร่ ที่รออยู่เเล้วตะบันเลียดเข้าไปบอลนั้นแฉลบขาอัลเดอร์ไวเรลด์ นิดนึงก่อนจักเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ส่งให้ กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาขึ้นนำ พวกเซาแธมป์ตัน 1-0

ซึ่งในนาทีที่ 54 ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้เปลี่ยนสำรองคนแรกส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงแทนที่ สเตวาน โยเวติช

ช่วงนาทีที่ 63 กุน อเกวโร่ พาบอลเลี้ยงจี้เข้ามาที่หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ เจมส์ มิลเนอร์ ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงนาทีที่ 64 ทีมแมน ฯ ซิตี้ เปลี่ยนสำรองอีกคน ส่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงแทนที่ ซาเมียร์ นาสรี่

เพราะในนาทีที่ 66 คณะเซาแธมป์ตัน ได้เปลี่ยนตัวเอา เชน ลอง ลงไปแทนที่ ซาดีโย มาเน

ซึ่งในนาทีที่ 72 เฆซุส นาบาส ฉกบอลจากแนวรับ เซาแธมป์ตัน ก่อนยิงทันที บอลหลุดสร้างผ่านเสาออกไปนิดเดียว

ในนาทีที่ 74 กลุ่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องมาเหเลื่องผู้เล่นเท่าแค่ 10 คน จากจังหวะที่ เชน ลอง ไปฉกบอลจาก ยาย่า ตูเร่ ได้ แล้วพาบอลหลุดเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ ไปโดน เอเลียกิม ม็องกาลา สกัดล้มลงไป ไมค์ โจนส์ ผู้ตัดสินในเกมนี้เป่าให้ เหล่าเซาแธมป์ตัน ได้ฟาวล์ พร้อมทั้งแจกใบเหเลื่องงที่ 2 ให้ ม็องกาลา เป็นใบแดง ไล่ออกจากสนามไป

ในนาทีที่ 75 มานูเอล เปเยกรินี่ ได้เปลี่ยนเอา มาร์ติน เดมิเคลิส ลงไปแทนที่ เฆซุส นาบาส

นาทีที่ 80 กองเชียร์ เรือใบสีฟ้า มาได้เฮกันลั่นสนามอีกครั้งจากจังหวะ สวนกลับ เจมส์ มิลเนอร์ พาบอลตะลุยขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนจ่ายเข้ามาที่หน้ากรอบเขตโทษให้กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เจ้าตัวยิงเต็มข้อบอลเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ชนิดที่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ได้แต่ยืนมอง ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมานำห่าง เซาแธมป์ตัน 2-0

ในนาทีที่ 81 ฝ่ายเซาแธมป์ตัน เปลี่ยนสำรองคนสุดท้าย ส่ง อิมแมนิวเอล มายูกา ลงไปแทนที่ สตีเว่น เดวิส

ซึ่งในนาทีที่ 83 กุน อเกวโร่ ได้โอกาสทองจากจังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ แต่ศูนย์หน้าอาเจนไตน์ ดันยิงไปติดเซฟ ฟอร์สเตอร์ ซะอย่างนั้น

หลังจากนั้นนาทีที่ 85 เชน ลอง วิ่งทำทางมาเอาบอลก่อนจ่ายไซด์ก้อยเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ กราเซียโน่ เปลเล่ เข้าทำ แต่ศูนย์หน้าอิตาเลี่ยนเข้าไม่ทัน พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 87 แมนฯ ซิตี้ ขยับสกอร์ห่างไปเป็น 3-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว กุน อเกวโร่ จ่ายถวายพานมาให้กับ กาแอล กลิชี่ ที่เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษซัดเน้นๆส่ง บอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ แมนฯ ซิตี้ หนีห่าง เซาแธมป์ตัน 3-0

ในช่วงเวลาที่เหลือกระฉ่อน ฝ่ายแมนฯ ซิตี้ ปิดเกมของพวกเขาได้ทั้งหมด แม้ว่า เจ้าบ้านจักพยายามทำประตูหวังตีไข่แตกไล่มา แต่ก้ไม่ทำเป็นเจาะแนวรับของ ซิตี้ ได้ จบเกมการแข่งขัน เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ผลบอล 0-3


มาดูบัญชีรายชื่อ 11 ตัวแน่ๆ กลุ่มเซาแธมป์ตัน :

  1. เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์
  2. นาธาเนียล ไคลน์
  3. โจเซ่ ฟอนเต้
  4. โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์
  5. ไรอัน เบอร์ทรานด์
  6. วิคเตอร์ วานยามา
  7. มอร์แกน ชไนเดอร์แลง ( มายะ โยชิดะ เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 46 )
  8. ดูซาน ทาดิช
  9. สตีเว่น เดวิส ( อิมแมนิวเอล มายูกา เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 81 )
  10. ซาดีโย มาเน ( เชน ลอง เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 66 )
  11. กราเซียโน่ เปลเล่


รายนามตัวสำรอง :

  1. เคลวิน เดวิส
  2. โฟลริน การ์โดช
  3. แฮร์ริสัน รี้ด
  4. แมตต์ ทาร์เกตต์


มาดูรายชื่อ 11 ตัวครัน เหล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ :

  1. โจ ฮาร์ท
  2. ปาโบล ซาบาเลต้า
  3. แวงซองต์ กอมปานี
  4. เอเลียกิม ม็องกาลา
  5. กาแอล กลิชี่
  6. เฆซุส นาบาส ( มาร์ติน เดมิเคลิส เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 75 )
  7. ยาย่า ตูเร่
  8. แฟร์นันดิญโญ่
  9. ซาเมียร์ นาสรี่ ( แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 64 )
  10. สเตวาน โยเวติช ( เจมส์ มิลเนอร์ เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 54 )
  11. เซร์คิโอ อเกวโร่


บัญชีชื่อตัวสำรอง :

  1. บาการี่ ซาญ่า
  2. เฟร์นานโด
  3. วินลี่ กาบาเยโร
  4. โฆเซ่ อังเคล โปโซ่


กรรมการผู้ตัดสิน : ไมค์ โจนส์

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ระเบียนฟุตบอล10 นักฟุตบอลตัวใหม่สิ่งของการต่อสู้พรีเมียร์ลีกประเทศอังกฤษ

หลังจากที่ได้ปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วเพราะตลาดนักเตะฟุตบอลซัมเมอร์ฤดูกาล 2014-15 ด้วยกันนี่คือ 10 แข้งใหม่ของศึก โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ที่น่าจับตามองที่สุดจาก สื่อเดลี่เมล์ สื่อชื่อดังแดนผู้ดีครับ

1. นักเตะ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์  อายุ 25 ปี

  • สังกัดสโมสร : หมู่เซาธ์แฮมป์ตัน ปฏิญาณกู้ยืมตัวจากพวก แอตเลติโก มาดริด 
  • เล่นในตำแหน่ง : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับแบ็กขวา

เป็นเจ้าของหมวกของ หมู่ชาติเบลเยียม 37 นัด เพราะด้วยอัลเดอร์ไวเรลด์ ที่ถือว่าเป็นกองหลังสารพัดประโยชน์คนนึงของวงการลูกหนังยุโรป พร้อมทั้งศึกพรีเมียร์ลีกจักเป็นด่านแข่งขันครั้งใหญ่ของเขา


2. นักเตะ เบนจามิน สตัมบูลี่ อายุ 24 ปี
  • สังกัดสโมสร : คณะสเปอร์ส ค่าตัวอยู่ที่ 4,7 ล้านปอนด์ เขยิบจาก หมู่มงต์เปลลิเย่ร์ 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ

ซึ่งถึงจักเข้ามาร่วมทัพไก่เดือยทอง ด้วยเหตุผลเพราะพวกพลาดได้ตัว มอร์กก็อง ชไนเดอร์แล็ง ของเซาธ์แฮมป์ตัน ก็เถอะ แต่ปีที่แล้วในลีกเอิง หมอนี่เล่นได้ท็โดดเด่นสุดๆ


3. นักเตะ ราดาเมล ฟัลเกา อายุ 28 ปี

  • สังกัดสโมสร : กรุ๊ปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คำมั่นยืมตัวจากกรุ๊ป โมนาโก + เงิน 6 ล้านปอนด์ 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองหน้า

เรียกได้ว่าสุดยอดกองหน้าคนนึงแห่งยุค ยิงระเบิดระเบ้อกับทุกทีมที่ค้าแข้งด้วย ถึงแม้จักถูกมองว่าหน้าเงิน แต่วิเคราะห์บอลฝีเท้าของเขาก็ไม่รับไม่ได้ว่า ของสุทธิ


4. นักเตะ อาเบล เฮอร์นันเดซ อายุ 24 ปี

  • สังกัดสโมสร : พวกฮัลล์ ซิตี้ ค่าตอบแทนอยู่ที่ 9,5 ล้านปอนด์ เคลื่อนย้ายจาก ทีมปาแลร์โม่ 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองหน้า

เขานั้นเป็นกองหน้า พวกชาติอุรุกวัย ชุดลุยฟุตบอลโลก 2014 ครั้งที่ลอดมา กับยังมีประสบการณ์ในลีกอิตาเลี่ยนตั้งแต่อายุ 18 ปี หน่วยก้านดี ความเร็วสูง น่าจักแจ้งเกิดในแดนผู้ดีได้ไม่ยาก


5. นักเตะ ดาลี่ย์ บลินด์ อายุ 24 ปี



  • สังกัดสโมสร : หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัวอยูที่ 14, ล้านปอนด์ โยกย้ายจาก ฝ่ายอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 
  • เล่นในตำแหน่ง : แบ็กซ้ายพร้อมทั้งกองกลางตัวรับ

ก็เรียกได้ว่า คงจะเชื้อไม่ทิ้งแถว ด้วยลูกชายของนักเตะในตำนานดัตช์อย่าง แดนนี่ บลินด์ ที่เป็นนักเตะยุคโมเดิร์นของแท้ เพราะว่าเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรับ ฟอร์มสะเด่าเหเลื่องเกินในบอลโลก2014


6. นักเตะ มาร์กอส โรโฮ อายุ 24 ปี



  • สังกัดสโมสร : เหล่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตอบแทนอยู่ที่ 16, ล้านปอนด์ ยักจาก หมู่สปอร์ติ้ง ลิสบอน 
  • เล่นในตำแหน่ง : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ, แบ็กซ้าย พร้อมทั้งปีกซ้าย

เขานั้นเป็น คนที่ตัวคล้ายๆ บลินด์ แจ้งเกิดจากบอลโลก 2014 เหมือนกัน แต่เขาแข็งแกร่งมากกว่า เล่นได้ตั้งแต่ ตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจนไปถึงทุกตำแหน่งในสนามที่เป็นฝั่งซ้าย และเป็นขาโหดในการเข้าสกัดตัวสุทธิ


7. นักเตะ ซาดิโอ มาเน่ อายุ 22 ปี



  • สังกัดสโมสร : หมู่เซาธ์แฮมป์ตัน ค่าตัวอยู่ที่ 10 ล้านปอนด์จาก ขนจาก กลุ่มเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก
  • เล่นในตำแหน่ง : ปีกซ้ายด้วยกันกองหน้า

ด้วยกันถึงแม้ว่า เขานั้นอาจจะดูโนเนมไปบ้างเพราะว่าตัวจี๊ดคณะชาติเซเนกัล แต่สถิติ 45 ประตู จาก 87 เกมกับเร้ดบูลล์ถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว อายุยังน้อยแต่แข็งแกร่งรวดเร็วหาตัวจับยากคนนึง


8. นักเตะ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส อายุ 24 ปี



  • สังกัดสโมสร : อยู่หมู่คิวพีอาร์ ด้วยข้อสัญญาขอยืมตัวมาจาก เหล่านาโปลี 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองหน้าพร้อมกับปีก

เพราะก่อนเซ็นให้คำมั่นกับนาโปลีในปี 2011 เอเย่นต์ส่วนตัวเตือนว่า แข้งพวกชาติชิลีรายนี้ถูกจีบจากทั้ง
  • พวกเอซี มิลาน
  • ฝ่ายอินเตอร์ มิลาน
  • เหล่าลิเวอร์พูล
  • เหล่าอาร์เซน่อล
  • กลุ่มบาร์เซโลน่า 
  • กรุ๊ปเชลซี 

9. นักเตะ ริคกี้ อัลบาเรซ อายุ 26 ปี



  • สังกัดสโมสร : เหล่าซันเดอร์แลนด์ คำสัญญายืมตัวจากกลุ่มอินเตอร์ มิลาน 
  • เล่นในตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรุก

เขาอยู่ในทัพ พวกฟ้าขาวชุดรองแชมป์โลก 2014 ล่าสุดเหมือนกัน พร้อมทั้งยังเป็นตัวหลักของ ทีมอินเตอร์อยู่ช่วงนึง ก่อนจะถูกดร็อปในช่วงหลัง กับ คณะแมวดำอาจจะเป็นโอกาสให้เขากลับมาสร้างชื่ออีกครั้ง


10.นักเตะ เอสเตบัน คัมบิอาสโซ่ อายุ 34 ปี

  • สังกัดสโมสร : กรุ๊ปเลสเตอร์ ซิตี้ จากที่ไร้สังกัด 
  • เล่นในตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ

โดยหลังจากที่ได้ คว้าแชมป์ มาเป็นที่มากมายกับคณะ เรอัล มาดริด พร้อมกับหมู่ อินเตอร์ มิลาน ก่อนจะกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด จากชื่อเสียงพร้อมทั้งฝีเท้าที่ลอดมาน่าจับตามองว่าสิงห์เฒ่ารายนี้จะเอาตัวรอดได้ดีแค่ไหนในลีกผู้ดี

ฟัลเกา ขอผลิตสกอร์พาฝ่ายผีแดงผงาดแชมป์


ฟัลเกา ขอตั้งเป้า กับการผลิตสกอร์ผลบอลให้ พวกปีศาจแดง แบบเป็นกอบเป็นกำจนนับไม่ถ้วน เพื่อพาเหล่าเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ให้ได้

เพราะว่าที่ดาวยิงเพชฌฆาตของ หมู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นสโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตั้งเป้ายิงประตูแบบถล่มทลาย พร้อมกับพาต้นสังกัดผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาครองให้จงได้ในฤดูกาลนี้ เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเรียกความเชื่อมั่นในการเป็นเหล่าระดับบิ๊กเนมกลับคืนมา

ซึงทาง เอล ติเกร อาจจักได้เริ่มนัดแรกในสีเสื้อคณะ ปีศาจแดง ในเกมลีกที่จะเจอกับฝ่าย ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส วันอาทิตย์นี้ 14 กันยายน นั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายของผมคือการยิงประตูให้ได้เป็นกอบเป็นกำด้วยกันพาพวกคว้าแชมป์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะด้วยผมที่จะมีส่วนช่วยสโมสรพร้อมกับกลุ่มชาติโคลอมเบีย เพราะว่าว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมเพราะด้วยศึก โคปา อเมริกา พร้อมกับ เวิลด์ คัพ ปี 2018
พร้อมกับสำหรับ พรีเมียร์ลีก นี่คือลีกที่ดีที่สุดในโลก พร้อมด้วยก็มีนักเตะที่ดีที่สุดอยู่ที่นี่มากมาย กับคุณเองก็ต้องท้าทายกับแข้งเหล่านี้ในทุกๆ อาทิตย์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต่อผู้เล่นอย่างผมที่กำลังมองถึงการพัฒนาฝีเท้า, ยิงประตูให้ได้มากมาย ด้วยกันคว้าแชมป์ พร้อมกับนี่มันถือเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมของผมแท้ๆ

อีกทั้ง พร้อมกันนี้ ฟัลเกา ยังได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ยอมรับเคลื่อนย้ายไปอยู่กับเหล่า เรอัล มาดริด พร้อมกับฝ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อมาอยู่กับ กรุ๊ปปีศาจแดง ว่า เหล่าแมนฯ ยูไนเต็ด หิวได้ตัวผมตลอดช่วง 2-3 เดือน ซึ่งถึงแม้จักมีฝ่ายอย่างกลุ่ม เรอัล มาดริด สนใจในตัวผม แต่ผมต้องการมาอยู่กับคณะ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เพราะว่านี่คือสโมสรที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับมีประวัติส่วนตัวศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ พร้อมด้วยเป็นที่ๆ จะทำให้ผมประสบความสำเร็จได้ มีบางช่วงนะที่ผมลังเลเรื่องยักย้ายถ่ายเทคณะจนถึงขึ้นเครียดหนักเลย แต่ท้ายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกวันนี้ที่สุดมันก็เกิดขึ้น ด้วยกันนี่คือโอกาสสำคัญของผม เพราะว่าเฉพาะอย่างยิ่งหลังเพิ่งหายเจ็บมา

ธีรศิลป์ ฟิตซ้อมฟุตบอลอย่างหนัก

หวังที่จักมีชื่อลงเล่นเกมดวล กอร์โดบ้า





ล่าสุดความเคลื่อนไหวของ มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าพวกชาติไทย ที่เวลานี้ยักไปค้าแข้งกับ อัลเมเรีย ในเวทีลาลีกา สเปน ด้วยข้อผูกพันกู้ตัวจาก เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 1 ฤดูกาล เพราะว่าต้นสังกัดของ ธีรศิลป์ มีโปรแกรมลงเตะลาลีกา สเปน นัดที่ 3 ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ทีมกอร์โดบ้า

พร้อมด้วยล่าสุด ธีรศิลป์ แดงดา ได้กล่าวว่า ครั้งนี้สภาพร่ายกายริเริ่มสมบูรณ์ขึ้นตามลำดับ ไม่มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ ตนจะทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อให้มีโอกาสมีชื่ออยู่ในคณะเกมเปิดบ้านรับ กอร์โดบ้า ส่วนตัวถือว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมาก แต่ก็ขึ้นอยู่กับเหล่างานสต๊าฟที่จักมองว่าตัวเองเหมาะสมกับการเล่นนัดนี้ไม่ก็ไม่

เพราะว่าที่เพราะว่า ทีมอัลเมเรีย นั้นจักประกาศทะเบียนตารางแข่งบอล 18 ผู้เล่นชุดที่จักพบกับ กอร์โดบ้า

เจ้าถั่วน้อยรู้งานยกให้เจ็ทโด้เก่งกว่าเมสซี่



เมื่อถั่วน้อย รู้จักที่จะวางตัว หลังเปลี่ยนที่ร่วมทัพ ฝ่ายราชันชุดขาว แบบกู้ยืมตัว ยก โรนัลโด้ เก่งกว่าเมสซี่ ด้วยเหตุผลมีความสม่ำเสมอมากกว่า

โดยที่ ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เอร์นานเดซ กองหน้าป้ายแดงของฝ่าย เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีลา ลีกา สเปน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ โดยยกให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกเพื่อนร่วมคณะเหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ามหัศจรรย์ของ บาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอดกาล เพราะให้เหตุผลว่า ซีอาร์เซเว่น เป็นผู้เล่นที่รักษามาตราฐานของตัวเองได้ดีกว่าดาวเตะคณะชาติอาร์เจนติน่า

พร้อมทั้งกองหน้าให้คำมั่นเช่าจากกลุ่ม แมนสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมชาวโปรตุกีสว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ผมเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน โรนัลโด้ ไม่ปางแต่เขาจักทำได้ดีในแต่ละเกม แต่เขาทำหน้าที่ได้เหมือนกันในทุกๆวัน เพราะว่าผม โรนัลโด้ คือนักเตะที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ แต่โดยส่วนแล้วผมคิดว่า โรนัลโด้ เก่งกว่า เมสซี่ นะ

ทางด้านเอรานิโอเชื่อว่า ตอร์เรส 

ฟอร์มบู่เหตุพวกสิงห์ไม่หนุนหลัง

ทางเอรานิโอ เชื่อว่า สาเหตุที่ เอลนินโญ่ ฉายแสงไม่ออกกับตารางบอล กลุ่มสิงห์บลูส์ เป็นเพราะไม่ได้รับการหนุนหลัง เปรียบเหมือนรถยนต์ไม่ได้รับการดูแลอย่างดี แต่มั่นกลับมาฟอร์มโหดแน่กับ  ทีมปีศาจแดง-ดำ

ปางสเตฟาโน่ เอรานิโอ ที่เป็นโค้ชเยาวชนของ ทีมเอซี มิลาน ซึ่งเป็นสโมสรชั้นนำแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

เชื่อว่า สาเหตุที่ทำให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกชาวสแปนิชโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีกับ กรุ๊ปเชลซี ยอดคณะดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้นเป็นก็เพราะว่านักเตะไม่ได้รับการหนุนภายหลังทาง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือใหญ่ชาวโปรตุกีส

ซึ่งได้เปรียบเทียบตัวนักเตะว่าเป็นเหมือนรถยนต์ที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็มั่นใจว่า เอลนินโญ่ จักกลับมามีฟอร์มที่สุดยอดอีกครั้งกับทัพ พวกปีศาจแดง-ดำ

อีกทั้งอดีตกองกลางกลุ่มชาติ อิตาลี ยังได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตอร์เรส เป็นผู้เล่นที่เจียมเนื้อเจียมตัวมาก ด้วยกันเขาก็เป็นผู้เล่นที่มีเทคนิคพร้อมด้วยฝีเท้าอันยอดเยี่ยม แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ทะลุมาเขาไม่ค่อยได้รับโอกาสพร้อมกับได้แต่นั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรอง เชลซี ซึ่งเขาก็เหมือนกับรถยนต์คันหนึ่งนะ เขาจำเป็นต้องหาฟอร์มเก่งให้เจอ เขาจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้กับตัวโค้ชพร้อมด้วยคนรอบตัว

กับในฐานะโค้ชนั้นผมขอพูดเลยว่าผมต้องการมีผู้เล่นแบบ ตอร์เรส อยู่ในพวก เขาเดินทางมา อิตาลี ด้วยความกระตือรือร้นที่ยอดเยี่ยม เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่เหมาะสมเป็นนักเตะของ เอซี มิลาน เอรานิโอ ร่ายยาว
เพราะภายหลังที่ร็อบบี ฟาวเลอร์ อดีตนักเตะกลุ่มหงส์แดง พร้อมด้วย เมืองทอง ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวยื่นใบสมัครงานเป็นกุนซือกลุ่มลีดส์ ยูไนเต็ด

ซึ่งร็อบบี ฟาวเลอร์ ที่เป็นอดีตกองหน้าระดับตำนานของ พวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งเคยทำหน้าที่โค้ชตารางบอลให้กับสโมสร คณะเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หนึ่งในกลุ่มยักษ์ใหญ่ของศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ระหว่างปี 2011-2012

ได้ตกเป็นข่าวในการยื่นใบสมัครงานเป็นกุนซือ คณะลีดส์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งสังกัดเก่าระยะเวลาเจ้าตัวยังค้าแข้ง หลัง ทีมยูงทอง เพิ่งปลดเดฟ ฮ็อคคาเดย์ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการพวก ทั้งที่ฝ่ายหลังเพิ่งควบคุมลีดส์ได้แค่ 6 นัดจากทุกรายการ

ทั้งนี้ฟาวเลอร์ ได้แจ้งเกิด ด้วยกันได้ลงเล่นให้ พวกลิเวอร์พูลถึง 2 ช่วงเวลา

  1. 1993 - 2001 
  2. 2006 - 2007 


ซึ่งได้ลงเล่นไปทั้งหมด 369 นัดจากทุกรายการไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทำได้ 183 ประตู

ติดอันดับสูงสุดเป็นอันดับ 5 ตลอดในประวัติส่วนตัวศาสตร์สโมสร นอกจากนี้ ยังเคยติดกลุ่มชาติอังกฤษ 26 ครั้ง ทำประตูได้ 7 ลูก

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ศึกโปรแกรมบอล เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ 2014 ดำรงฐานะอีกทั้งไงกันน้อยไปเบิ่งกันเกิน!!!

รายงานสด ศึกhttp://xn--42c8b0ajg0apvrr6k8f.net เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ 2014




ชมรายงานสด ศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ 2014


  • แข่งรอบแรก กลุ่ม B นัดที่ 2
  • หมู่ชาติไทย vs กลุ่มชาติมาเลเซีย
  • วันที่แข่ง วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
  • แข่งที่สนาม : จาลัน เบซาร์
  • ช่องที่ถ่ายทอดสด : 1.ช่อง 7 สี, 2.ทรูวิชั่นส์ ช่อง Foxsport2



เนื่องด้วยศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ 2014 รอบแรกกลุ่ม B นัดที่ 2 ของหมู่ช้างศึก คณะชาติไทย ลงสนามพบ พวกเสือเหโจษจันง มาเลเซีย ที่สนามจาลัน เบซาร์ วันนี้

แม้พวกชาติบอลไทยเก็บชัยชนะในเกมนี้ได้ ก็จะลอยลำเข้ารอบเป็นหมู่แรกของกลุ่มนี้ในทันที




มาดูรายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของเหล่าชาติไทย

เล่นในระบบ 4-3-3

  1. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์  ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
  2. นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม   ตำแหน่ง กองหลัง
  3. ธนบูรณ์ เกษารัตน์           ตำแหน่ง กองหลัง
  4.  อดิศร พรหมรักษ์            ตำแหน่ง กองหลัง
  5. ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา ตำแหน่ง กองหลัง
  6. ชาริล ชัปปุยส์                  ตำแหน่ง กองกลาง
  7. สารัช อยู่เย็น                    ตำแหน่ง กองกลาง
  8. ชนาธิป สรงกระสินธ์         ตำแหน่ง กองกลาง
  9. เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์       ตำแหน่ง กองหน้า
  10. ศราวุฒิ มาสุข                   ตำแหน่ง กองหน้า
  11. กีรติ เขียวสมบัติ               ตำแหน่ง กองหน้า


นี่คือสถิติการพบกัน ในฟุตบอลชิงแชมป์ อาเซียน คัพ

เพราะว่าการพบกันทั้งหมด 10 ครั้ง

  1. ไทย ชนะ 5 ครั้ง 
  2. มาเลเซีย ชนะ 2 ครั้ง 
  3. เสมอ 3 ครั้ง



  1. กลุ่มชาติไทย เสมอ เหล่าชาติมาเลเซีย 1-1 รอบแรก ปี 1996
  2. หมู่ชาติไทย ชนะ คณะชาติมาเลเซีย 1-0 รอบชิงฯ ปี 1996
  3. กลุ่มชาติไทย ชนะ ทีมชาติมาเลเซีย 2-0 รอบรองฯ ปี 2000
  4. ทีมชาติมาเลเซีย ชนะ กลุ่มชาติไทย ผลบอล 3-1 รอบแรก ปี 2002
  5. พวกชาติมาเลเซีย ชนะ กรุ๊ปชาติไทย 2-1 รอบแรก ปี 2004
  6. กลุ่มชาติไทย ชนะ พวกชาติมาเลเซีย 1-0 รอบแรก ปี 2007
  7. คณะชาติไทย ชนะ ทีมชาติมาเลเซีย 3-0 รอบแรก ปี 2008
  8. ฝ่ายชาติไทย เสมอ หมู่ชาติมาเลเซีย 0-0 รอบแรก ปี 2010
  9. นัดแรก หมู่ชาติมาเลเซีย เสมอ ทีมชาติไทย 1-1 รอบรองฯ ปี 2012
  10. นัดสอง พวกชาติไทย        ชนะ กรุ๊ปชาติมาเลเซีย 2-0  รอบรองฯ ปี 2012


วงซีล ส่ง MV เพลงเหยียบดาว ปลุกใจฝ่ายชาติไทย




วงดนตรี ซีล นั้นเป็นวงร็อคชื่อดังของไทย ได้ส่งเพลง เหยียบดาว ที่มีเรื่องราวการฝึกซ้อมของกลุ่มฟุตบอลคณะชาติไทยเป็นตัวเอกของเรื่องราว ให้แฟนบอลทั่วประเทศ ด้วยกันนักกีฬาได้ชมก่อนกลุ่มลงแข่งศึกซูซูกิคัพ วันนี้กับมาเลเซีย

ภายหลังที่ ซีล วงร็อคชื่อดังของเมืองไทย สังกัดค่าย WE Records ได้นำเพลง เหยียบดาว มาทำใหม่ในสไตล์ของตนเอง พร้อมกับได้นำเรื่องราวของกรุ๊ปฟุตบอลกรุ๊ปชาติไทย มาเป็นตัวเอกของมิวสิควิดีโอ ในเพลง พร้อมกับได้เปรยแพร่มิวสิควิดีโอดังกล่าวจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายนที่พ้นมา




มาดูมิวสิควิดีโอเพลง เหยียบดาว



วงซีล

ซึ่งเพลงนี้ถือว่าออกมาได้ถูกช่วงเวลา ครั้นเมื่อ ทัพช้างศึก ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย นั้นต้องลงสนามทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศสิงคโปร์ ภายหลังที่ห่างหายจากแชมป์ไปถึง 12 ปี

เพราะว่าได้ส่งเพลง พร้อมกับเนื้อหาจากมิวสิคที่มีความหมายนัยหนึ่งสื่อถึง การมุ่งไปข้างหน้า ผนวกกับความตั้งใจของนักฟุตบอลกลุ่มชาติชุดนี้ ที่มุ่งมั่นเดินตามความฝัน โดยมีความหวังของคนไทยทั้งประเทศเป็นเส้นชัย เป็นกำลังใจ

กับทีมฟุตบอลพวกชาติไทย นั้นจะพกความมั่นใจ พร้อมทั้งแรงใจจากแฟนฟุตบอล ลงสนามพบกับ กรุ๊ปชาติมาเลเซีย ในวันนี้ 26 พฤศจิกายน เวลา 16.00 นาฬิกา


Comment แฟนบอลเสือเหระบืองก่อนฟัดคณะช้างศึก





กระแส ศึกเอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ 2014 ฟีเวอร์ ภายหลังโปรแกรมบอลพอวันอาทิตย์ที่ลอดมา ขุนพลช้างศึก ของเราสนามนัดแรก ด้วยการชนะเจ้าภาพ ประเทศสิงคโปร์ ไปได้ 2-1 แบบสะใจแฟนบอล

เราลองมาดูความเห็นของเหล่าแฟนบอลหมู่ชาติมาเลเซีย ก่อนพบทีมชาติไทยว่าจะเป็นยังไง

ซึ่งหลังจากที่นัดแรกที่สร้างผ่านมา ทีมเสือเหโจษจันง นั้นทำได้เหมือนเสมอ พวกเมียนมาร์ 0-0 ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างบีบคั้น ต้องเอาชนะไทยเราให้ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้ารอบถัดจาก


comment แฟนบอลคู่แข่ง เขาคิดกันอย่างไร เชิญติดตามครับ

1.โพสเพราะว่า Mohamad Azizul

  • ทีมชาติไทยเป็นกลุ่มที่ดี ทางเรามีนักเตะที่ไม่สมบูรณ์ เกมนี้เราจะเป็นรองเขาแน่นอน


2.โพสเพราะ Omar Casablancas

  • ก็ต้องฝากเด็กๆ แก้แค้นตราบใด2ปีที่แล้วให้หน่อยนะ หวังว่าจักทำให้แฟนบอลประทับใจ


3.โพสเพราะว่า Syaban Zau

  • เพื่อเกมครั้นเมื่อวาน ไทยครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าภาพ จบสกอร์น่ากลัวมากๆ ระวังเมสซี่เขาให้ดีๆ


4.โพสโดย Muhammad Shahrizal Abdullah II

  • นี่คือ ข้อบกพร่องของไทยชุดนี้อยู่ที่แผงหลังของเขา แผงหลังเขาช้า เราต้องใช้ความเร็ว และหน้าอย่าใช้โอกาสเปเลื่องง


5.โพสเพราะว่า Arman Aam

  • ตัวโค้ชเขาใช้แท็กติกแพรวพราวมาก เราอย่าเดินตามเกมของเขา ไทยชุดนี้จุดเด่นอยู่ที่การครองบอล


6.โพสเพราะว่า Amirul Syafiq

  • ตัวกองกลางลูกครึ่งเขาวางบอลแม่นมาก ระวังให้ดี ถึงว่าหน้าเขาจะไม่มีความเร็ว แต่ตัวสอดแทรกคือ เมสซี่ของเขา


7.โพสโดย Mohd Shakir Chelsea

  • ถ้าฝั่งเราเล่นอย่างมีระบบ อดทน ผมว่าเราสู้ไทยได้นะ


8.โพสเพราะว่า Muhd Saufi Noor Ezan

  • เราต้องโยนบอลจากด้านข้าง นั่นคือจุดอ่อนของแผงหลังไทย


9.โพสเพราะว่า Jamhuri Nawi

  • พวกไทยยังมีจุดบกพร่องอยู่ที่กองหลัง นั่นแหละ ที่เราจะต้องทำมันให้ได้ แต่หลังเราก็อย่ารั่วนะ


10.โพสเพราะว่า Muhammad Hasib

  • ต้องบรรยายตรงๆ ตูกลัวไทยหว่ะ แต่ตูว่านักเตะเราก็สู้เพื่อชาติไม่พ่ายแพ้กัน


11.โพสโดย Amir Imran Musi

  • กลัวจะเละเทะนะสิ


12.โพสเพราะ Hanif Ifdzal

  • หวังว่านักเตะเราจะไม่เล่นโง่ๆ เหมือน2ปีที่แล้วนะ


13.โพสโดย Ammer Shah

  • ด้านประสิทธิภาพของไทยดีกว่า2ปีที่แล้วมาก ซึ่งผมหวังว่าเราจักเก็บแต้มจากพวกเขาได้นะ


14.โพสเพราะ Amir Muizzuddin

  • ขอให้นักเตะเราอย่าขี้ขลาดตาขาวพอ เหล่าไทยนะเว้ยยย ไม่ใช่ทีมบาร์ซ่า จะกลัวกันทำไมวะ


15.โพสเพราะ Raja Faizal Adzim

  • ทีมเรามาเจอกรุ๊ปไทยชั่วโมงนี้ ตูประสงค์จะเอาหน้ามุดดินว่ะ นัดแรกถ้าเราชนะ นัดนี้เราคงอุดยันเสมอก็ได้ล่ะ


16.โพสโดย Ahmad Robani

  • เป็นเพราะว่านัดแรกแท้ๆ ผู้ตัดสินแม่มมมม ตูมาเจอไทย ถ้าตูปราชัย ก็รอตกรอบซินะ


17.โพสโดย Azmir Aznan

  • ขอให้ผู้ตัดสินแฟร์ ก็พอ ห้ามพกใบแดง ห้ามเป่าจุดโทษ ขอแค่นี้แหละ


18.โพสเพราะ Ehh Alfakir

  • ผมล่ะกลัวนักเตะเราจะโดนใบแดง โดนใบแดงมันทุกนัด จะเตะหนักไปไหน


19.โพสโดย Amali Afiq

  • ถ้าทำอารมณ์ แท็คติก เล่นตามแผน ผมว่าเรามีสิทธิ์ชนะ


20.โพสเพราะว่า Muhammad Affendy

  • มั่นใจว่าโค้ชของเรา เราต้องเล่นตามเกม ขออย่างเดียว เตะอย่างมีสติ