การแข่งฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องทีมชาติ ประจำคืนวันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2556 ที่สนามเวมบลี่ย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นการเจอกันระหว่างเจ้าบ้าน "สิงโตคำราม" อังกฤษ พบ"ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ รูปเกมในช่วงสิบนาทีแรก ทั้งสองฝ่ายยังหาหนได้ลุ้นประตูกันไม่มากนัก แม้จะมีหนรุกเข้าใส่แต่ก็ไม่ผ่านแนวรับด้วยกันทั้งคู่ น.13 หลังจากรูปเกมในช่วงแรกไม่ค่อยมีอะไร แต่กลายเป็นว่า อังกฤษ ต้องมาเสียประตูไปก่อน เมื่อ เชมัส โคลแมน เปิดจากฝั่งซ้ายไปที่จุดนับพบให้ เชน ลอง ได้โอกาสโหนโหม่งบอลย้อนทางหนีมือ โจ ฮาร์ท เข้าประตูไปอย่างหมดจด ไอร์แลนด์ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 หลังจากโดนนำไปก่อน ในที่สุดเมื่อมาถึงนาทีที่ 23 ทัพ "สิงโตคำราม" ก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากโอกาสเหยียบไปของ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลุย เข้ามาถึงเขตอธิกรณ์ ก่อนจะเปิดเข้าไปตรงกลาง ฌอง เซนต์ เล็ดเจอร์ สกัดเพลี่ยงพล้ำลูกมาถึง แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ชาร์จจ่อๆ ผ่าน เดวิด ฟอร์เด เข้าไปแบบง่ายๆ ช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 1-1 อังกฤษ โชคร้ายต้องมาเสีย สเตอร์ริดจ์ ออกจากสนาม หลังได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ในโอกาสโดน เกล็น วีแลน เสียบและขาไปลงพื้นไม่ดี ทำให้ทีมต้องส่ง เจอร์เมน เดโฟ ลงมาล่าประตูแทน ช่วงท้ายไม่มีฝ่ายไหนทำอะไรกันได้เพิ่มเติม หมดครึ่งแรกเสมอกันไปก่อนด้วยผลบอล 1-1 กลับมาในช่วงครึ่งหลัง โดยที่ฝั่ง อังกฤษ จัดการเปลี่ยนตัวสำรองก่อนสองคนรวด ส่ง เบน ฟอสเตอร์ และ ฟิล โจนส์ ลงสนามแทน โจ ฮาร์ท กับ เกล็น จอห์นสัน ขณะที่ ไอร์แลนด์ ยังไม่มีการเปลี่ยนผู้เล่นสำรองแต่อย่างใด หลังจากนั้นผ่านไปไม่นาน "สิงโตคำราม" ก็เปลี่ยนตัวอีกครั้ง ถอด แอชลี่ย์ โคล ที่ได้ลงเล่นเป็นเกมนัดที่ 100 ในนามทีมชาติออกไป แล้วให้ เลห์ตัน เบนส์ ลงเล่นแทน น.65 อังกฤษ มาได้หนเล่นสวนกลับเร็ว เดโฟ กระชากจากกลางสนามถึงหน้าเขตอธิกรณ์ ก่อนจะป้ายต่อที่ให้ ธีโอ วัลค็อตต์ ที่อยู่ทางขวา จับแล้วกดด้วยขวาเต็มเท้า แต่ เดวิด ฟอร์เด ยังนิ่งพอล้มตัวปัดออกไปได้อย่างรวดเร็ว ทางฝั่ง "ยักษ์เขียว" เปลี่ยนตัวคนแรกส่ง ไซม่อน ค็อกซ์ ลงสนามแทน ร็อบบี้ คีน ที่เกมนี้ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าที่ควร และต่อมาก็ถอด ไอเด้น แม็คเกียดี้ ออกเป็นคนที่สองแล้วให้ เจมส์ แม็คคลีน ลงสนาม เกมผ่านไปยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไอร์แลนด์ เปลี่ยนตัวโดยเอา เจฟ เฮนดริค ลงเพิ่มอีกคน แทนที่ของ เกล็น วีแลน น.75 ไอร์แลนด์ มาได้ลูกฟรีคิกระยะ 30 หลา เชน ลอง วิ่งมาปั่นด้วยซ้าย บอลเลี้ยวหาประตู แต่ก็ถลาเฉี่ยวสามเหลี่ยยมออกไปแบบได้ลุ้น เหล่าเยือนเปลี่ยนตัวอีกถอดเอา โจนาธาน วอลเตอร์ส ออกแล้วให้ คอนนอร์ แซมม่อน ลงสนามแทน น.83 อังกฤษ น่าจะได้ประตูขึ้นนำสุดๆ เมื่อ เวย์น รูนี่ย์ ตั้งท่าซัดหน้าเขตอธิกรณ์ บอลไปติดแนวรับคู่แข่งก่อนจะเข้าทาง อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ที่อยู่คนเดียวโล่งๆ ทางซ้าย ได้โอกาสกดเต็มเท้า แต่ก็ยังไปติดเข่าของ เดวิด ฟอร์เด ที่ออกมาป้องกันไปอย่างน่าเสียดาย อีกสามนาทีต่อมาเจ้าถิ่นยังเพลี่ยงพล้ำหนขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ เดโฟ แทงให้ วัลค็อตต์ ที่เติมมาทางวาได้ซัดเต็มๆ แต่ก็ไม่ผ่าน ฟอร์เด ที่ยังล้มตัวป้องกันไว้ได้อีกเช่นเคย จากนั้น อังกฤษ จัดการถอด แชมเบอร์เลน ออก แล้วให้ เจมส์ มิลเนอร์ ลงมากลั่นแกล้งทางริมเส้นแทน ช่วงทดเจ็บร้าวท้ายเกมทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครได้จบสกอร์เพิ่มเติม หมดเวลา อังกฤษ เปิดบ้านเสมอกับ ไอร์แลนด์ ไป 1-1 รายชื่อผู้เล่น อังกฤษ (4-2-3-1) : โจ ฮาร์ท (เบน ฟอสเตอร์ น.45) - เกล็น จอห์นสัน (ฟิล โจนส์ น.45), แกรี่ เคฮิลล์, ฟีล จากีลก้า, แอชลี่ย์ โคล (เลห์ตัน เบนส์ น.54) - ไมเคิ่ล คาร์ริค, แฟรงค์ แลมพาร์ด - ธีโอ วัลค็อตต์, เวย์น รูนี่ย์, อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน (เจมส์ มิลเนอร์ น.87) - ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (เจอร์เมน เดโฟ น.33) ผู้เล่นสำรอง อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ - โจลีออน เลสค็อตต์ - แจ็ค ร็อดเวลล์ - แดนนี่ เวลเบ็ค รายชื่อผู้เล่น ไอร์แลนด์ (4-4-2) : เดวิด ฟอร์เด - เชมัส โคลแมน, จอห์น โอเช, ฌอง เซนต์ เล็ดเจอร์, สตีเฟ่น เคลลี่ - โจนาธาน วอลเตอร์ส (คอนนอร์ แซมม่อน น.82), เจมส์ แม็คคาร์ธี่, เกล็น วีแลน (เจฟ เฮนดริค น.74), ไอเด้น แม็คเกียดี้ (เจมส์ แม็คคลีน น.69) - ร็อบบี้ คีน (ไซม่อน ค็อกซ์ น.66), เชน ลอง ผู้เล่นสำรอง ดาร์เรน แรนดอลฟ์ - คีแรน เวส์ตวูด - ริชาร์ด คอล - ดาร์เรน โอเดีย - พอล แม็คเชน - ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ - สตีเฟ่น ควินน์ - เดวิด เมเลอร์ - โรเบิร์ต เบรดี้ - เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน
วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
สิงโตฟอร์มขัด !เจ๊ายักษ์เขียวสุดหืด1-1
การแข่งฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องทีมชาติ ประจำคืนวันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2556 ที่สนามเวมบลี่ย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นการเจอกันระหว่างเจ้าบ้าน "สิงโตคำราม" อังกฤษ พบ"ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ รูปเกมในช่วงสิบนาทีแรก ทั้งสองฝ่ายยังหาหนได้ลุ้นประตูกันไม่มากนัก แม้จะมีหนรุกเข้าใส่แต่ก็ไม่ผ่านแนวรับด้วยกันทั้งคู่ น.13 หลังจากรูปเกมในช่วงแรกไม่ค่อยมีอะไร แต่กลายเป็นว่า อังกฤษ ต้องมาเสียประตูไปก่อน เมื่อ เชมัส โคลแมน เปิดจากฝั่งซ้ายไปที่จุดนับพบให้ เชน ลอง ได้โอกาสโหนโหม่งบอลย้อนทางหนีมือ โจ ฮาร์ท เข้าประตูไปอย่างหมดจด ไอร์แลนด์ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 หลังจากโดนนำไปก่อน ในที่สุดเมื่อมาถึงนาทีที่ 23 ทัพ "สิงโตคำราม" ก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากโอกาสเหยียบไปของ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลุย เข้ามาถึงเขตอธิกรณ์ ก่อนจะเปิดเข้าไปตรงกลาง ฌอง เซนต์ เล็ดเจอร์ สกัดเพลี่ยงพล้ำลูกมาถึง แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ชาร์จจ่อๆ ผ่าน เดวิด ฟอร์เด เข้าไปแบบง่ายๆ ช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 1-1 อังกฤษ โชคร้ายต้องมาเสีย สเตอร์ริดจ์ ออกจากสนาม หลังได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ในโอกาสโดน เกล็น วีแลน เสียบและขาไปลงพื้นไม่ดี ทำให้ทีมต้องส่ง เจอร์เมน เดโฟ ลงมาล่าประตูแทน ช่วงท้ายไม่มีฝ่ายไหนทำอะไรกันได้เพิ่มเติม หมดครึ่งแรกเสมอกันไปก่อนด้วยผลบอล 1-1 กลับมาในช่วงครึ่งหลัง โดยที่ฝั่ง อังกฤษ จัดการเปลี่ยนตัวสำรองก่อนสองคนรวด ส่ง เบน ฟอสเตอร์ และ ฟิล โจนส์ ลงสนามแทน โจ ฮาร์ท กับ เกล็น จอห์นสัน ขณะที่ ไอร์แลนด์ ยังไม่มีการเปลี่ยนผู้เล่นสำรองแต่อย่างใด หลังจากนั้นผ่านไปไม่นาน "สิงโตคำราม" ก็เปลี่ยนตัวอีกครั้ง ถอด แอชลี่ย์ โคล ที่ได้ลงเล่นเป็นเกมนัดที่ 100 ในนามทีมชาติออกไป แล้วให้ เลห์ตัน เบนส์ ลงเล่นแทน น.65 อังกฤษ มาได้หนเล่นสวนกลับเร็ว เดโฟ กระชากจากกลางสนามถึงหน้าเขตอธิกรณ์ ก่อนจะป้ายต่อที่ให้ ธีโอ วัลค็อตต์ ที่อยู่ทางขวา จับแล้วกดด้วยขวาเต็มเท้า แต่ เดวิด ฟอร์เด ยังนิ่งพอล้มตัวปัดออกไปได้อย่างรวดเร็ว ทางฝั่ง "ยักษ์เขียว" เปลี่ยนตัวคนแรกส่ง ไซม่อน ค็อกซ์ ลงสนามแทน ร็อบบี้ คีน ที่เกมนี้ไม่ค่อยโดดเด่นเท่าที่ควร และต่อมาก็ถอด ไอเด้น แม็คเกียดี้ ออกเป็นคนที่สองแล้วให้ เจมส์ แม็คคลีน ลงสนาม เกมผ่านไปยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไอร์แลนด์ เปลี่ยนตัวโดยเอา เจฟ เฮนดริค ลงเพิ่มอีกคน แทนที่ของ เกล็น วีแลน น.75 ไอร์แลนด์ มาได้ลูกฟรีคิกระยะ 30 หลา เชน ลอง วิ่งมาปั่นด้วยซ้าย บอลเลี้ยวหาประตู แต่ก็ถลาเฉี่ยวสามเหลี่ยยมออกไปแบบได้ลุ้น เหล่าเยือนเปลี่ยนตัวอีกถอดเอา โจนาธาน วอลเตอร์ส ออกแล้วให้ คอนนอร์ แซมม่อน ลงสนามแทน น.83 อังกฤษ น่าจะได้ประตูขึ้นนำสุดๆ เมื่อ เวย์น รูนี่ย์ ตั้งท่าซัดหน้าเขตอธิกรณ์ บอลไปติดแนวรับคู่แข่งก่อนจะเข้าทาง อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ที่อยู่คนเดียวโล่งๆ ทางซ้าย ได้โอกาสกดเต็มเท้า แต่ก็ยังไปติดเข่าของ เดวิด ฟอร์เด ที่ออกมาป้องกันไปอย่างน่าเสียดาย อีกสามนาทีต่อมาเจ้าถิ่นยังเพลี่ยงพล้ำหนขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้ เดโฟ แทงให้ วัลค็อตต์ ที่เติมมาทางวาได้ซัดเต็มๆ แต่ก็ไม่ผ่าน ฟอร์เด ที่ยังล้มตัวป้องกันไว้ได้อีกเช่นเคย จากนั้น อังกฤษ จัดการถอด แชมเบอร์เลน ออก แล้วให้ เจมส์ มิลเนอร์ ลงมากลั่นแกล้งทางริมเส้นแทน ช่วงทดเจ็บร้าวท้ายเกมทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครได้จบสกอร์เพิ่มเติม หมดเวลา อังกฤษ เปิดบ้านเสมอกับ ไอร์แลนด์ ไป 1-1 รายชื่อผู้เล่น อังกฤษ (4-2-3-1) : โจ ฮาร์ท (เบน ฟอสเตอร์ น.45) - เกล็น จอห์นสัน (ฟิล โจนส์ น.45), แกรี่ เคฮิลล์, ฟีล จากีลก้า, แอชลี่ย์ โคล (เลห์ตัน เบนส์ น.54) - ไมเคิ่ล คาร์ริค, แฟรงค์ แลมพาร์ด - ธีโอ วัลค็อตต์, เวย์น รูนี่ย์, อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน (เจมส์ มิลเนอร์ น.87) - ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (เจอร์เมน เดโฟ น.33) ผู้เล่นสำรอง อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ - โจลีออน เลสค็อตต์ - แจ็ค ร็อดเวลล์ - แดนนี่ เวลเบ็ค รายชื่อผู้เล่น ไอร์แลนด์ (4-4-2) : เดวิด ฟอร์เด - เชมัส โคลแมน, จอห์น โอเช, ฌอง เซนต์ เล็ดเจอร์, สตีเฟ่น เคลลี่ - โจนาธาน วอลเตอร์ส (คอนนอร์ แซมม่อน น.82), เจมส์ แม็คคาร์ธี่, เกล็น วีแลน (เจฟ เฮนดริค น.74), ไอเด้น แม็คเกียดี้ (เจมส์ แม็คคลีน น.69) - ร็อบบี้ คีน (ไซม่อน ค็อกซ์ น.66), เชน ลอง ผู้เล่นสำรอง ดาร์เรน แรนดอลฟ์ - คีแรน เวส์ตวูด - ริชาร์ด คอล - ดาร์เรน โอเดีย - พอล แม็คเชน - ดาเมี่ยน เดลานี่ย์ - สตีเฟ่น ควินน์ - เดวิด เมเลอร์ - โรเบิร์ต เบรดี้ - เวสลี่ย์ ฮูลาแฮน
วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
เนย์มาร์ ทวิตรู้สึกขอบคุณซานโตสจากใจ
วิเคราะห์บอล เนย์มาร์ ไม่ลืมเลือนบุญคุณ ซานโตส คณะอู่ข้าวอู่น้ำ แถลงการณ์ขอบคุณจากหัวใจ ก่อนบินเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลนา วันจันทร์นี้
เนย์มาร์ ดาวยิงทีมชาติบราซิล โพสต์เรื่องราวผ่าน "ทวิตเตอร์" เครือข่ายแวดวงออนไลน์ ขอบคุณสโมสร ซานโตส ต้นขึ้นอยู่กับในลีกบ้านเกิด ที่ชุบเลี้ยงตัวเขาเป็นเวลากว่า 9 ปี จนกลายเป็นนักเตะชื่อดังและได้เซ็นให้สัญญากับ บาร์เซโลน่า โคตรคณะแห่งศึกลา ลีกา สเปน พอใจเป็นที่พร้อม
ดาวยิงวัย 21 ปี เข้ามาฝึกปรือฝีเท้ากับ ซานโตส เมื่อปี 2009 ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของคณะ พร้อมโชว์ผลงานโดดเด่นจนถูกเรียกตัวติดคณะชาติบราซิลชุดใหญ่ โดยล่าสุดเขาทหารจะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ บาร์เซโลน่า ในซัมเมอร์นี้ เซ็นให้สัญญาค้าแข้งเป็นเวลา 5 ปี รับค่าเหนื่อยซีซั่นละ 7 ล้านยูโร และจะเซ็นเซ็นให้สัญญากันในวันจันทร์นี้
วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
เศร้า !ผู้ชายมะกันดับระหว่างสร้างพงศาวดารบอลพื้นแผ่นดิน
ข่าวร้ายก่อนได้ฤกษ์ทำการแข่งขัน ฟุตบอลโลก ปี 2014 เมื่อ ริชาร์ด สวอนสัน แฟนบอลของทีม ซีแอตเทิล ซาว์นเดอร์ส ในศึก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ที่คาดหมายสร้างเรื่องเล่าบทใหม่
เรื่องราวการเสียชีวิตของ สวอนสัน ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งรายงานว่า มีชายวัย 42 ปี ถูกรถชนบริเวณทางตอนใต้ของเมือง ลินคอล์น ซิตี้
สำหรับ สวอนสัน เริ่มโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม โดยเจ้าตัวตั้งใจว่า จะเลี้ยงบอลด้วยเท้า เป็นระยะเวลา 1 ปี เดินทางผ่าน 11 ประเทศ ก่อนไปสิ้นสุดเส้นทางที่ บราซิล
วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
วิเคราะห์บอล : ป๋ากริ้ว! กล่าวโจมตีลุยซ์ เล่นมัวมอมศอกใส่ราฟาเอลก่อน
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาจวก ดาวิด ลุยซ์ปราการหลังของ เชลซี ว่าเป็นพวกจอมเล่นสกปรก หลังหมายใจฟันศอกใส่ ราฟาเอล ดา ซิลวา แบ็กขวาของ "ปีศาจแดง" ถึง 2 ครั้ง
แต่กลับรอดพ้นใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่กลายเป็น ราฟาเอล ที่โดนไล่ออกเอง ในช่องที่เข้าไปเอาคืน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ทะลวงมาพิชิตถึงสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดผลบอล 1-0
เฟอร์กูสัน ให้สัมภาษณ์หลังจบการประกวดว่า "เขาสับศอกชัดๆ ถึง 2 ครั้ง ราฟาเอล เข้าไปเอาคืน และบ่อยครั้งที่คนเข้าไปเอาคืนมักโดนลงทัณฑ์รุนแรงกว่า มันชัดเจนมาก ดาวิด ลุยซ์ ชักศอกแบบนั้น ผมคงไม่พูดว่ามันเป็นการทำงานที่น่ากลัว"
"ผู้ตัดสินก็ไม่เห็นเรื่องราว เขาไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นจนกระทั่ง ลุยซ์ ร่วงลงไปนอนกับพื้น เขาถึงชักใบแดงออกมา"
นอกจากนี้ กุนซือชาวสกอตต์ ไม่ลืมที่จำว่าการทำหน้าที่ของ ฮาเวิร์ด เว็บบ์ ผู้ชี้ขาดในเกมดังกล่าว โดยให้สัมภาษณ์ว่า "พวกเราไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ชี้ขาดเลย เรามือตกที่เสียประตู บอลมันแฉลบ ฟิล โจนส์ นิดหน่อย ผมไม่กล่าวทัณฑ์ลูกทีมหรอกนะ"
"แต่ผู้ตัดสินนี่สิ การทำหน้าที่ของเขาดูเอนเอียงไปทาง เชลซี พวกเขามักเข้าไปรุมบีบบังคับผู้ชี้ขาด 4-5 คน และมันอาจส่งผลต่อการทำงานการของเขาด้วย"
วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556
ใครๆก็ไม่รัก! โห่ซัวเรซทั้งงานพีเอฟเอ
ที่ผ่านมาเคยมีบันทึกว่า มีทางเรียกร้องให้ถอดชื่อของ ซัวเรซ ออกจากรายนามผู้เข้าชิงรางวัลแข้งชั้นเลิศของ "พีเอฟเอ อวอร์ด" ประจำปีนี้ จากกรณีทำผิดดังกล่าว ทั้งนี้มีการทายว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจกระตุ้นให้ ซัวเรซ วินิจฉัยใจย้ายออกจากถิ่น แอนฟิลด์ ในช่วงสิ้นฤดูกาลที่จะถึงนี้ก็เป็นได้ เพราะไม่มีความสนุกสนานกับการค้าแข้งในแดนผู้ดี
วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556
“อาร์วีพี“ เกิดมาเพื่อเป็นแชมป์ โดย ดาร์ค ไนท์
ฟุตบอล: สวัสดีครับแฟนๆ S! Sport ที่น่ารักทุกคน ยินดีปรีดากับแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 20 ของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟนๆผีชาวไทยคงปีติยินดีไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ต้องรับสารภาพว่าปัจจัยที่ส่งให้ปีศาจแดง ครองแชมป์แบบชิวๆคือการเขยิบเข้ามาของ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ด้วยราคา 24 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1 พันล้านบาท) จาก"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ในช่วงต้นซีซั่น
โดยเหตุผลการย้ายทีมของศูนย์หน้าปูน 29 กระรัต คือต้องการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ทั้งๆที่ใจยังรักเดอะ กันเนอร์ ก็เถอะ แต่เพื่อภาคหน้าเขาจึงต้องเขยิบทีมไปเพื่อตามหาประสิทธิผล
ต้องยอมรับว่า ศูนย์หน้าชาวดัตช์ คือจุดเปลี่ยนที่แท้จริงที่ทำให้ เร้ดเดวิลส์ กลับมาทวงคืนแชมป์จาก อริร่วมเมือง อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้
โดยเขาเป็น คีย์แมน ที่ลงมายิงประตูชนะคู่แข่งในขณะที่สถานการณ์ของทีมตกเป็นรอง
เขาลงมายิงประตูชัยวินาทีสุดท้ายในเกมที่พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เซาแธมป์ตัน, ยิงทีมเก่า อาร์เซนอล ในรังโอลแทรฟฟอร์ด รวมถึง ซัดช่องเพียบความพ่ายแบบไปกลับ ให้ หงส์แดง อริตลอดกาล แบบเจ็บแสบคันๆ
อาร์วีพี ทำไปแล้วผลบอลกว่า 24 ประตูในฤดูกาลนี้ เป็นเต๋งจ๋าคว้ารองเท้าทองคำ พ่วงด้วยนักเตะชั้นเลิศรีเมียร์ ลีก 2 สมัยติดต่อกัน
โดยคู่แข่งอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงฟันจอบ ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ถ้าจะโดนแบนยาวในซีซั่นนี้ไปแล้ว
อีกทั้ง อดีตกัปตันปืนใหญ่ เพิ่งซัดประตูสุดสวยในเกมที่บกับ วิลล่า ถึงขนาดที่ "เฟอร์กี้" เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่าลูกยิงที่สองของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ นั้นป็นช่องแห่งศตวรรษ
โดย ท่านเซอร์ กล่าวว่า "ประตูนี้เป็นลูกยิงเเห่งศตวรรษ มันมหัศจรรย์มากๆ เพอร์ซี่ มีทั้งฟอร์มที่ดี และ แย่ ในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตามเขายอดเยี่ยมจริงๆ"
"last but not least"
เกมต่อไปของ "ผีแดง" อาร์วีพี จะไปสังสรรค์แชมป์ในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในฐานะแชมป์ ต่อหน้า อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตเพื่อนร่วมทีม รวมถึง สาวก เดอะ กันเนอร์ส หลายหมื่นคน ถ้าผมเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คงจะรู้สึก
"เคอะเขินไม่น้อยครับ"
เรื่องโดย ดาร์ค ไนท์ ( To be continued )
คลิป: แฮกทริก ของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
คลิป: รวมลูกยิงของ อาร์วีพี กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่
วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556
เช็กแฉ! อิวาโนวิช หัวเสียสุดๆ โดนซัวเรซงับแขน
ปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูของ เชลซี ออกมาปูดว่า บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ปราการหลังมิตรสหายร่วมสโมสรหัวเสียอย่างรุนแรงหลังโดน หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวแสบของ ลิเวอร์พูล กัดเข้าที่บริเวณท่อนแขน
เช็ก ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวผ่าน "บีบีซี" สื่อชั้นนำของอังกฤษว่า "ตอนนั้นผมไม่เห็นสถานการณ์นะ แต่หลังจากที่คนอื่นๆ มาบอก ผมตกใจมากเลยทีเดียว ซัวเรซ เป็นนักเตะที่ชอบทำฟาวล์นิดๆ หน่อยๆ อยู่แล้ว"
อย่างไรก็ตาม ซัวเรซ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน "ทวิตเตอร์" เครือข่ายวงการออนไลน์ขอโทษ อิวาโนวิช ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทว่าทางองค์กรฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ รับประกันว่าจะดำเนินการสอบสวนคดี "กัดจมเขี้ยว" อย่างแน่นอน