วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

เดอะ ซัลโว ค้นฟ้า คว้าดาว โดย ดาร์ค ไนท์

 


เดอะ ซัลโว ค้นฟ้า คว้าดาว โดย ดาร์ค ไนท์ 
เดอะ ซัลโว ค้นฟ้า คว้าดาว โดย ดาร์ค ไนท์

วิเคราะห์บอล : สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยผ่านพ้นไปอีกสัปดาห์เพราะฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยวีคนี้ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงเปิดบ้านปราบ เรดดิ้ง 1-0 ส่วน "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดันบุกไปแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-2 ส่งผลให้ แมนฯยู ขยับห่าง เรือใบ กว่า 15 คะแนนแล้ว โอกาสคว้าแชมป์ยิ่งกว่านอนมาเสียอีก

แต่เพราะศึกชิงดาวซ้ลโวพรีเมียร์ลีกนั้นยังเข้มข้นยิ่งนักในช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือในซีซั่นนี้

วันนี้ผมจะพาไปดู แคนดิเดต ที่เหลือว่าใครมีลุ้นคว้ารองเท้าทองในปีนี้บ้าง

 

1. หลุยส์ ซัวเรซ (ลิเวอร์พูล) 30 นัด 22 ประตู


- กองหน้าจอมถล่มช่องชาวอุรุกวัย ซัดให้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล  ไปแล้วกว่า 22 ประตู ในพรีเมียร์ลีกคั่วดาวซัลโวในฤดูกาลนี้ กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้า "ปีศาจแดง" แต่ ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของ ซัวเรส เรียกได้ว่าถ้าวัน ไหน หงส์แดง ขาด ซัวเรส ก็เหมือนขาดใจเลยทีเดียว



2.โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 29 นัด 19 ประตู


- ศูนย์หน้าชาวดัตช์ เจ้าของสินน้ำใจเกือกทองเมื่อซีซั่นก่อน กดให้ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกไปด้วยผลบอล 19 ลูก โดย "อาร์วี พี" มีฟอร์มที่ร้อนแรงช่วงต้นฤดูกาล ก่อนที่จะช็อตไปดื้อๆจนถูก ซัวเรส  แซงนำ ดาวซัลโวในขณะนี้ ต้องรีบทำช่องอย่างหนักหากตั้งใจจะรักษารองเท้าทองคำอีกสมัย



3. แกเร็ธ เบล (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) 30 นัด 16 ประตู


- ดาวยิงฟอร์มแรง สัญชาติเวลส์ เจ้าของนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกปีก่อน ซัดให้ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปแล้ว 16 ประตู และ ช่วยให้ต้นสังกัดบินสูงอยู่อันดับ 4 ของตารางในโอกาสนี้ จนมีลุ้นไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรป ยูฟ่า เเชมป์เปี้ยนลีก โดย เบล คงต้องกุลีกุจอทำช่องในช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือหากหวังจะคว้าดาวซัลโวปีนี้



4. มิชู (สวอนซี ซิ ตี้) 30 นัด 15 ประตู


- มิชู นักเตะฟุตบอลชาวสเปน ของ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ ยิงไปแล้ว 15 ช่อง เป็นนักเตะโนเนมที่ไม่ได้ถูกจับตามองในปีนี้ อย่างไรก็ตามเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ข้านี่หละคือของจริง และยังสามารถช่วยให้ หงส์ขาว คว้าแชมป์ แคปิตอล วัน คัพ ในซีซั่นนี้มาครองอีกด้วย



5.เดมบ้า บา (เชลซี) 29 นัด 15 ประตู


- กองหน้าผิวสี ของ "สิงห์บูลส์" เชลซี กดไปแล้วกว่า 15 ให้ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล และ เชลซี ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง โดย บา ที่มีทักษะการทำประตูที่ยอดเยี่ยม, เฉียบคม จนสามารถเบียด เฟอร์นันโด ตอร์เรส ดาวยิงฟอร์มฝืด เป็นศูนย์หน้าอันดับ 1 แห่งถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ ได้สำเร็จฤดูกาลนี้



ถ้าให้วิเคราะห์กันจริงๆแล้วคงจะเป็นการวัด 2 คน 2 คมระหว่าง หลุยส์ ซัวเรซ  กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่พอ จะแทรกตัวแซงได้สูสี

อย่างไรก็ตาม แกเร็ธ เบล ช่วงหลังที่ฟอร์มกระฉูดก็มีโอกาสเช่นกันหาก ทำช่องได้ต่อเกี่ยวเนื่องในทุกนัดที่เหลือ

แต่ถ้าดูฟอร์มในตอนนี้แล้วผมคิดว่า ซัวเรซ ที่ ฟอร์มศักดิร้อนแรง และ เปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของลิเวอร์พูล มีโอากาสคว้ารองเท้าทองคำมาครองมากที่สุด และอาจเป็น

"เกียรติยศเดียวที่ยังได้ลุ้นอยู่ของหงส์แดง" ในซีซั่นนี้ก็เป็นได้

เรื่องโดย ดาร์ค ไนท์

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผล บอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

แลมพ์,อาซาร์ซัด!สิงห์ยำค้อนนิ้ม2-0แซงไก่รั้งที่ 3

 


แลมพ์,อาซาร์ซัด!สิงห์ยำค้อนนิ่ม2-0แซงไก่รั้งที่3+คลิป 
แลมพ์,อาซาร์ซัด!สิงห์ยำค้อนนิ่ม2-0แซงไก่รั้งที่3+คลิป


ฟุตบอล : "แลมพ์" ควง อาซาร์ ซัดคนละลูก พาทีมเปิดพระราชวังไล่อัด "ขุนค้อน" แบบไร้ข้อสงสัย 2-0 พร้อมเก็บเพิ่มเป็น 55 แต้ม แซง "ไก่" ขึ้นไปรั้งที่ 3 ของลีกและลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด เรียบ ร้อย


การแข่งฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2012/2013 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2556 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดจวนต้อนรับการ มาเยี่ยมของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

 

 

 

 

 


เริ่มเกมไปได้เพียง 2 นาที เวสต์แฮม มาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ ริคคาร์โด้ วาส เท วิ่งมาซัด แต่บอลก็เหินข้ามคานออกไปแบบไม่ต้องลุ้น

น.7 เชลซี เพลี่ยงพล้ำครั้งได้ประตูขึ้นนำ แบบน่าเสียดาย เมื่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด จ่ายยาวให้ เดมบา บา ได้ช่องหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลต่อตัวกับ ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น แล้ว แต่เจ้าตัวกลับชิพไม่ตรงกรอบออกไปอย่างเหลือเชื่อ

น.19 แต่ใน ที่สุดทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำได้เป็นผล เมื่อแนวรับทีมเยี่ยมสกัดบอลไม่ดี ลูกตกมาเข้าทาง เอแด็น อาซาร์ กระดกบอลเข้าไปหน้าประตูให้ แลมพาร์ด ได้โขกคนเดียวโล่งๆ ระยะ 6 หลา ผ่านมือ ยาสเคไลเน่น เข้าไป เชลซี นำไปก่อน 1-0 และเป็นประตูที่ 200 ของเจ้าตัวกับต้นขึ้นตรงต่ออีกด้วย

น.22 เวสต์แฮม ชวดตีเท่ากันไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ แอนดี้ คาร์โรลล์ ซัดบอลเข้าไปแล้ว แต่คนกลางไม่ให้เป็นประตูเพราะเจ้าตัวไปผลัก ดาวิด หลุยซ์ ในช่องจะทำประตูเสียก่อน

น.37 เจ้าถิ่นเกือบบวกประตูเพิ่มได้ เมื่อ เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า ที่อยู่ทางฝั่งขวาจ่ายมาให้ วิคเตอร์ โมเซส ที่ยืนอยู่ตรงกลางเขตเหตุ จับหนึ่งจังหวะแล้วพลิกตัวยิงด้วยขวา แต่บอลก็พุ่งเรียดเฉี่ยวเสาออกไปแบบน่าเสียดาย

น.43 "สิงห์บลูส์" ยังเพลี่ยงพล้ำครั้งทำประตูอีก คราวนี้ โมเซส จ่ายผ่านช่องให้ บา หลุดผ่านเข้าไป ในดิน แดนโทษแล้ว แต่เจ้าตัวกลับซัดไปติดเท้า ยาสเคไลเน่น ที่ออกมาป้องกันไว้ได้ ก่อนจะโดน เจมส์ คอลลินส์ เคลียร์ออกไป อย่างเฉียด

ช่วงท้าย "ขุนค้อน" มีโอกาสลุ้นบ้างจาก ริคคาร์โด้ วาส เท แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ ปีเตอร์ เช็ก อยู่ดี สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ ว่างเปล่าครึ่งแรกเป็นทางฝั่ง เชลซี ขึ้นนำไปก่อน 1-0

กลับมาในช่วงครึ่งหลัง เวสต์แฮม รีบแก้เกมทันที ส่ง แม็ททิว เทย์เลอร์ ลงสนามมาแทนที่ของ โมฮัมเหม็ด ดิยาเม่

น.50 แต่ กลายเป็นว่า เชลซี มาได้ประตูเพิ่ม เมื่อ อาซาร์ จ่ายมาให้ มาต้า ก่อนจะกระดกคืนกลับมาให้เจ้าตัวเลี้ยงตัดหน้าแถวโทษ ก่อนจะซัด ด้วยซ้าย บอลหนีมือ ยาสเคไลเน่น เข้าไปอย่างเฉียบขาด ช่วยให้ทีมหนีห่างเป็น 2-0

น.58 ทีมเยี่ยม เกือบได้ลุ้นอีก เมื่อ แม็ทธิว จาร์วิส เลี้ยงจากริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะ โยนข้ามไปให้ คาร์โรลล์ ที่อยู่ทางเสาไกลขึ้นโขก แต่บอลก็ยังเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ต้องุล้น

เวสต์แฮม เปลี่ยนตัวเพิ่มเป็นคนที่สองถอด เมื่อตัดสินใจถอด เจมส์ คอลลินส์ ออกแล้วส่ง เจมส์ ทอมกิ้นส์ ลงสนามแทน

เจ้าถิ่นพลิกกลับตัวเผื่อเหลือบ้าง ส่ง ออสการ์ ลงสนาม มาเป็นคนแรก โดยเป็นทาง วิคเตอร์ โมเซส ที่โดนถอดออกไป ถัดมาทีมส่ง จอห์น เทอร์รี่ ลงมาเป็นคนที่สอง แทนที่ ดาวิด หลุยซ์ ที่ดุจจะมีท่าทีบาดเจ็บรบกวน

"ขุนค้อน" แก้เกมครั้งสุดท้ายส่ง คาร์ลตัน โคล ลงสนามเพื่อลุ้นโอกาสทำประตูแทน ริคคาร์โด้ วาส เท

น.81 เจ้าถิ่นฉิวเฉียดหนีเพิ่มได้อีก หลัง มาต้า เปิดเข้าไปที่สถานที่นัดเจอให้ แกรี่ เคฮิลล์ ได้โขกจ่อๆ หน้าประตู แต่ ยาสเคไลเน่น ยังไม่ พลาดคว้าติดมือไว้ได้แบบไร้ปัญหา

วิเคราะห์บอล น .84 ทีมเยือนยังคงเจาะประตูไม่ได้ต่อไป หลังจากที่ แม็ทธิว จาร์วิส ได้โอกาสตั้งป้อมโยนไปที่เสาแรกให้ คาร์ลตัน โคล ที่เพิ่งเปลี่ยนลงมาได้กดจ่อๆ แต่ดีที่ เช็ก ยังไว พุ่งตัวไปคว้าเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว

เชลซี เปลี่ยนเอา มาต้า ออกจากสนามเป็นคนสุดท้าย แล้วให้ จอห์น โอบี มิเกล ลงมาส่งเสริมความล้มหลามในแดนกลางแทน

ท้ายเกม "สิงห์บลูส์" ยังเป็นฝ่ายได้กดดันอยู่หลายครั้ง แต่ทั้งหมดก็ไม่ผ่าน ยาสเคไลเน่น ที่ป้องกันไว้ได้หมด ขณะที่ทีมเยือนได้ลุ้นจากการโหม่งของ แอนดี้ คาร์โรลล์ แต่ก็ทำได้แค่ใกล้เคียงเท่า นั้

จากนั้นไม่อะไรรวมอีก หมดเวลา เชลซี เป็นฝ่าย เอามีชัย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปด้วยผลบอล 2-0 พร้อมมีคะแนนเพิ่มเป็น 55 คะแนน แซงหน้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส ที่เพิ่งพ่ายต่อ ฟูแล่ม มาหมาดๆ ขึ้นไปรั้งอันดับที่ 3 ของตะราง โดยยังลงเล่นน้อยกว่าอริถึง 1 นัด อีกด้วย

 


รายชื่อผู้เล่น เชลซี (4-2-3-1) :
ปีเตอร์ เช็ก - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, แกรี่ เคฮิลล์, ดาวิด หลุยซ์ (จอห์น เทอร์รี่ น.78), แอชลี่ย์ โคล - รามิเรส, แฟรงค์ แลมพาร์ด - วิคเตอร์ โมเซส (ออสการ์ น.70), ฆวน มาต้า (จอห์น โอบี มิเกล น .85), เอแด็น อาซาร์ - เดมบา บา
ผู้เล่นสำรอง
รอสส์ เทิร์นบูล - บรานิสลาฟ อิวาโนวิช - ไรอัน เบอร์ทรานด์ - เฟร์นานโด ตอร์เรส

รายชื่อผู้เล่น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (4-3-3) :
ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น - กีย์ เดเมล, เจมส์ คอลลินส์ (เจมส์ ทอมกิ้นส์ น.61), วินสตัน รีด, โจอี้ โอไบรอัน - แกรี่ โอนีล, โมฮัมเหม็ด ดิยาเม่ (แม็ททิว เทย์เลอร์ น.45), แจ็ค คอลลิสัน - ริคคาร์โด้ วาส เท (คาร์ลตัน โคล น.80), แอนดี้ คาร์โรลล์, แม็ทธิว จาร์วิส
ผู้เล่นสำรอง
สปิเกล ราฟาเอล - จอร์ช แม็คคาร์ทนี่ย์ - เอมานูเอล โปกาเตตซ์ - มารูอาน ชามัคส์

ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

 

เชลซี 2 : 0 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด


 by footyroom


 

ส่วนผลพรี เมียร์ ลีก คู่อื่น
 
เชลซี ชนะ เวสต์แฮม 2-0
สเปอร์ส แพ้ ฟูแล่ม 0-1   
วีแกน ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1    
D ซันเดอร์แลนด์ เสมอ นอริช ซิตี้ 1-1

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผล บอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่ นี่

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์บอล บาร์เซโลน่า - เอซี มิลาน

 


วิเคราะห์บอล บาร์เซโลน่า - เอซี มิลาน 
วิเคราะห์บอล บาร์เซโลน่า - เอซี มิลาน

วิเคราะห์บอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

บาร์เซโลน่า - เอซี มิลาน

เวลา: 02.45 น.
สนาม: คัมป์นู
ผู้ตัดสิน: วิคเตอร์ คาสไซ (ฮังการี)
ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 1
ราคาต่อรอง: บาร์ซ่าต่อลูกครึงควบสอง ลบ 5-4

 

 

 

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

บาร์เซโลน่า

9 มี.ค. 56 ชนะ ลา คอรุนญ่า 2-0 (เหย้า) ลา ลีกา
2 มี.ค. 56 แพ้ เรอัล มาดริด 1-2 (เยือน) ลา ลีกา
26 ก.พ. 56 แพ้ เรอัล มาดริด 1-3 (เหย้า) โคปา เดล เรย์
23 ก.พ. 56 ชนะ เซบีญ่า 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา
20 ก.พ. 56 แพ้ มิลาน 0-2 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก

มิลาน

8 มี.ค. 56 ชนะ เจนัว 2-0 (เยือน) เซรี่ อา
2 มี.ค. 56 ชนะ ลาซิโอ 3-0 (เหย้า) เซรี่ อา
24 ก.พ. 56 เสมอ อินเตอร์ มิลาน 1-1 (เยือน) เซรี่ อา
20 ก.พ. 56 ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ลีก
15 ก.พ. 56 ชนะ ปาร์ม่า 2-1 (เหย้า) เซรี่ อา

ผลการพบกันนัดแรก

20 ก.พ. 56 มิลาน ผลบอล 2-0 บาร์เซโลน่า

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

3 มี.ค. 55 แชมเปี้ยนส์ลีก บาร์เซโลน่า 3-1 มิลาน
28 มี.ค. 55 แชมเปี้ยนส์ลีก มิลาน 0-0 บาร์เซโลน่า
23 พ.ย. 54 แชมเปี้ยนส์ลีก มิลาน 2-3 บาร์เซโลน่า
13 ก.ย. 54 แชมเปี้ยนส์ลีก บาร์เซโลน่า 2-2 มิลาน
26 เม.ย. 49 แชมเปี้ยนส์ลีก บาร์เซโลน่า 0-0 มิลาน
18 เม.ย. 49 แชมเปี้ยนส์ลีก มิลาน 0-1 บาร์เซโลน่า

ความพร้อม-สภาพทีม

บาร์เซโลน่า

บาร์ซ่าพร้อมใช้งานนักเตะชุดที่เรียกว่าฟูลทีมได้ในเกมนี้ โดยบิคตอร์ บัลเดส นายทวารทีมชาติสเปน พ้นโทษแบนในเกมลีกกลับมาลงเฝ้าเสาได้อีกครั้ง

ส่วน ดาวิด บีญ่า ดาวยิงทีมชาติสเปน ก็ฟิตกลับมาลงสนามได้ตามปกติแล้ว หลังชวดบู๊เกมแรกไปเพราะยังไม่ฟิตสมบูรณ์จากการผ่าตัดนิ่วในไต เช่นเดียวกับอาเดรียโน่ ฟูลแบ็กทีมชาติบราซิล ที่หายเจ็บกลับมาแล้ว

ชาบี้ เอร์นานเดซ มิดฟิลด์จอมทัพ ก็พร้อมกลับมาช่วยทีมได้ตามเดิม หลังชวดไปในหลายนัดหลังเพราะมีปัญหาเรื่องความฟิต

ขณะที่เปโดร กองหน้าทีมชาติสเปนอีกคน ก็พร้อมเป็นตัวเลือกในนัดนี้ได้อีกครั้ง หลังหลุดโผในเกมที่แล้วเพราะป่วยเป็นไข้หวัด

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าซุปตาร์ ซึ่งถูกพักไว้เป็นแค่ตัวสำรองในเกมลาสุด แต่ก็ยังลงไปทำประตูย้ำความมีชัยให้ทีมได้ จะยังเป็นตัวหลักของทีมเช่นเดียวกับสตาร์คนอื่นๆ ซึ่งถูกพักไว้เช่นกันในเกมนี้

ผู้เล่นบาดเจ็บ: เอริค อบิดัล

ความพร้อม-สภาพทีม

มิลาน

แนวรุกของมิลานหมดสิทธิใช้งานจามเปาโล ปัซซินี่ กองหน้าพวกชาติอิตาลี ซึ่งเจ็บไข้ข้อเท้าไปในเกมลีกนัดล่าสุด ทำให้ สเตฟาน เอล ชาราวี่ กองหน้าดาวรุ่ง คงจะเป็นตัวหลักในแผงหน้านัดนี้ เพราะมาริโอ บาโลเตลลี่ ก็ติดคัพไทลงเล่นไม่ได้ โดยมี เอ็มบาย เนียง กองหน้าวัย 18 ปี และ โบยาน เคอร์คิช อดีตเด็กปั้นของบาร์ซ่า เป็นตัวเลือกที่เหลืออยู่

ส่วน ไนเจล เดอ ยอง มิดฟิลด์พันธุ์ดุ ยังคงอยู่ระหว่างการพักเยียวยารักษาท่าทางบาดเจ็บเช่นเดิม รวมถึง ดิดาช บีล่า แบ็กซ้ายชาวสเปน ที่ไม่ติดโผนัดนี้เพราะปัญหาเรื่องความฟิตเช่นกัน

ฟิลิปป์ เม็กเซส เซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศส ฟิตพอมีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้ด้วย แม้จะโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งของเกมลีกนัดล่าสุด เพราะมีท่าทางบาดเจ็บขึ้นมาทำให้ถูกถอดออกมาก่อนเพื่อความไม่เผอเรอ

ส่วน เควิน พรินซ์ บัวเต็ง มิดฟิลด์พวกชาติกานา ซึ่งทำช่องได้ในนัดแรก ก็พร้อมลงมาช่วยทีมเช่นเดิม หลังไม่มีส่วนร่วมในเกมเมื่อสุดสัปดาห์ เพราะปมด้านสภาพร่างกายและจิตใจ แต่ก็ผ่านฟิตทันรวมทีมชุดนี้ด้วย

โรบินโญ่ ดาวเตะฟุตบอลชาวบราซิล คืนความฟิตกลับมาช่วยทีมได้แล้วในนัดหลังๆ ส่วน ดานิเอเล่ โบเนร่าและลูก้า อันโตนินี่ สองกองหลังความชำนาญสูง ก็คืนความฟิตกลับมาแล้วเช่นกัน

เควิน คอนสแตนท์ แบ็กซ้ายทีมชาติกินี ซึ่งโดนไล่ออกในเกมลีกนัดล่าสุด ยังพร้อมเป็นตัวเลือกในทะเบียนนี้ได้

ผู้เล่นบาดเจ็บ: ไนเจล เดอ ยอง, ดิดาช บีล่า

วิเคราะห์รูปเกม

บาร์ซ่าออกไปพ่ายมิลานมาแบบพลิกล็อกในเกมแรก แต่นัดนี้ยังได้กลับมาแก้ตัวในรังคัมป์นูของตัวแอง และคงเปิดเกมบุกบุกเข้าใส่แบบไม่มียั้ง แต่ก็จะเผอเรอเกมตีหัวเข้าบ้านของทีมเยี่ยมไม่ได้ เพราะคงจะมาเน้นอุดแล้วค่อยหาช่องสวนกลับมากกว่า ด้วยสกอร์ที่นำอยู่ 2 ลูกแบบไม่เสียประตูทีมเยือน ทำให้นัดนี้มิลานน่าจะเล่นได้แบบไม่บีบคั้นนัก ถ้าแนวรับเหนียวแน่นพอก็จะสร้างความบีบคั้นให้บาร์ซ่าได้ แต่เจ้าถิ่นก็มีระบบการเล่นที่ดี และคงจะเค้นสมรรถนะกันออกมาจนหยดสุดท้าย ทำให้น่าจะยังมีโอกาสพลิกสภาวการณ์กลับมาได้ หากไม่เสียท่าเสียประตูทีมเยือนไปง่ายๆ ก่อน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

บาร์เซโลน่า (4-3-3): บิคตอร์ บัลเดส; ดานี่ อัลเวส, คาร์เลส ปูโยล, เจราร์ด ปีเก้, ฆอร์ดี้ อัลบา; ชาบี้ เอร์นานเดซ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อินิเอสต้า; ดาวิด บีญ่า, ลิโอเนล เมสซี่, เปโดร โรดริเกซ

โค้ช: ฆอร์ดี้ รูร่า

มิลาน (4-3-3): คริสเตียน อับเบียติ; อิ๊กนาซิโอ อบาเต้, มาริโอ เยเปส, ฟิลิปป์ เม็กแซส, เควิน คอนสแตนท์; ซุลลี่ย์ มุนตารี่, มัสซิโม อัมโบรซินี่, ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว; เควิน พรินซ์ บัวเต็ง, สเตฟาน เอล ชาราวี่, โรบินโญ่

โค้ช: มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี้

ฮอตสกอร์: บาร์ซ่าชนะ 2-0

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด

 


วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด 
วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด

วิเคราะห์บอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด

เวลา: 02.45 น.
สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ผู้ตัดสิน: คูเนต ชาเคียร์ (ตุรกี)
ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2

 

 

 

 

 

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด

2 มี.ค. 56 ชนะ นอริช 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
23 มี.ค. 56 ชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19 ก.พ. 56 เร้ดดิ้ง 2-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
13 ก.พ. 56 เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก
10 ก.พ. 56 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เรอัล มาดริด

2 มี.ค. 56 ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา
26 มี.ค. 56 ชนะ บาร์เซโลน่า 3-1 (เยือน) โคปา เดล เรย์
23 ก.พ. 56 ลา คอรุนญ่า 2-1 (เยือน) ลา ลีกา
17 ก.พ. 56 ชนะ ราโย 2-0 (เหย้า) ลา ลีกา
13 ก.พ. 56 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ลีก

ผลการพบกันนัดแรก

13 ก.พ. 56 เรอัล มาดริด 1-1 แมนฯ ยูไนเต็ด

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

23 เม.ย. 46 แชมเปี้ยนส์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 4-3 เรอัล มาดริด
8 เม.ย. 46 แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
19 เม.ย. 43 แชมเปี้ยนส์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 เรอัล มาดริด
4 เม.ย. 43 แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 0-0 แมนฯ ยูไนเต็ด

ความพร้อม-สภาพทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด

ผีแดงหมดสิทธิใช้งานฟิล โจนส์ ประจำเมืองสารพัดประโยชน์ ซึ่งฟิตไม่ทันจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ขณะที่ พอล สโคลส์ มิดฟิลด์ตัวเก๋า ก็ยังไม่ฟิตกลับมาจากคำถามเจ็บเข่า และ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ อีกหนึ่งตัวเลือกในแดนกลาง พักยาวไปนานแล้วเพราะคำถามอนามัย

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เซ็นเตอร์แบ็กตัวเก๋า เจ็บไข้เป็นไข้จนเผอเรอเกมลีกนัดล่าสุด แต่ก็คืนความฟิตกลับมาได้แล้ว ขณะที่จอนนี่ อีแวนส์ ซึ่งได้ลงเล่นในนัดนั้น มีอาการเจ็บเล็กน้อยติดตัวมา จนต้องแยกฝึกในวันจันทร์ แต่ก็น่าจะฟิตทันลงสนามได้

ส่วนปาทริซ เอฟร่า แบ็กซ้ายตัวหลัก และแดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเจ็บเล็กน้อยมาจากเกมล่าสุด ก็ไม่มีปัญหาในการเรียกความฟิตกลับมา เช่นเดียวกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงตัวเก่ง ซึ่งหายเจ็บสะโพกกลับมาลงเล่นได้ตามปกติแล้ว

ชินจิ คางาวะ มิดฟิลด์ทีมชาติญี่ปุ่น โชว์ฟอร์มสดทำแฮตทริกได้ในเกมล่าสุด น่าจะได้มีส่วนร่วมในเกมนี้ด้วย แต่ต้องลุ้นว่าจะในฐานะตัวจริงหรือเปล่า โดยมี ไรอัน กิ๊กส์ มิดฟิลด์วัยดึก พร้อมเบียดลงเล่นเป็นนัดที่ 1,000 ในอาชีพด้วย

ผู้เล่นบาดเจ็บ: ฟิล โจนส์, พอล สโคลส์, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์

ความพร้อม-สภาพทีม

เรอัล มาดริด

ราชันชุดขาวขนนักเตะฟุตบอลชุดฟูลทีมมาทำศึกนัดนี้ หลังได้ อิเคร์ คาซิญาส ผู้รักษาช่องกัปตันคณะ กลับมามีชื่ออยู่ในทีมอีกครั้ง นับตั้งแต่มือหักพักไปร่วมสองเดือน ก่อนจะกลับมาลงฝึกได้เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสฯ ทำให้ยังไม่แน่ว่าจะฟิตพอลงเฝ้าเสาได้ในเกมนี้ และ ดิเอโก้ โลเปซน่าจะมีช่วยได้ทำหน้าที่แทนต่อไป

ส่วน มาร์เซโล แบ็กซ้ายทีมชาติบราซิล ก็มีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้ด้วย แต่ระดับความฟิตของเขายังไม่น่าจะเพียงพอกับการลงสนามเช่นกัน หลังจากเพิ่งลงเล่นไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น นับตั้งแต่คัมแบ็กกลับมาจากการพักยาว ทำให้ ฟาบิโอ โคเอนเทรา คงจะได้ลงสนามต่อไป

เกมนี้ โจเซ่ มูรินโญ่ คงจะปรับทัพกลับมาใช้งานนักเตะชุดใหญ่แบบพร้อมหน้าอีกครั้ง หลังลงทุนพักตัวหลักบางคนเอาไว้ในเกมเอล กลาซิโก้ เมื่อสุดสัปดาห์ โดย คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ปีกซูเปอร์สตาร์ คงจะกลับมาเป็นตัวจริงในการเจอกับทีมเก่าอีกครั้ง

ชาบี้ อลอนโซ่ มิดฟิลด์ตัวเก่ง ก็น่าจะมาคุมเกมแดนกลางคู่กับ ซามี่ เคดิร่า อีกครั้ง ส่วน อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ก็น่าจะกลับมาเป็นตัวทำเกมริมเส้นด้วย โดยมี เมซุต โอซิล จะรับหน้าที่มิดฟิลด์จอมทัพเช่นเดิม

วิเคราะห์รูปเกม

แมนฯ ยูไนเต็ด ลุยไปเจ๊ามาดริดได้ถึงรังในนัดแรกแบบมีช่องทีมเยี่ยมเยือนติดมือกลับมาด้วย ทำให้เกมนี้ลดแรงดันลงไปได้พอสมควร แต่ก็ยังคงเป็นงานที่หนักหนารากเลือดอยู่ เพราะผีแดงเคยมีชั่วโมงบินในการเจ๊งชัยนัดที่สองในสภาพการณ์ที่ได้เปรียบเทียบเวลาเจอกับราชันชุดขาวมาแล้ว เติมให้นัดนี้ทีมเยี่ยมเยือนยังมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม จากการคว่ำบาร์เซโลน่าลงได้สองนัดติด และสภาพทีมก็เกือบจะเพียบพร้อมเต็มร้อย บวกกับคุณภาพในเกมรุกที่ร้ายแรงทุกดอก คงจะป่วนเกมรับของเจ้าบ้านจนหัวบานแน่ เกมนี้ถือว่าสำคัญยิ่งยวดสำหรับทั้งสองคณะและคงจะสู้กันแบบถวายหัว ผีแดงเล่นในรังโอลด์ แทรฟฟอร์ดยังไงก็น่าจะมีฮึด บวกกับเกมรุกก็ครบครันเล่นงานชุดขาวได้เช่นกัน ทำให้นัดนี้มีอำนาจอันชอบธรรมออกทุกหน้าและอาจจะเรื้อรังถึงฎีกา

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1): ดาวิด เด เกอา; ราฟาเอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอฟร่า; ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์; อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เวย์น รูนี่ย์, ชินจิ คางาวะ(แดนนี่ เวลเบ็ค); โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ผู้จัดการทีม: อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เรอัล มาดริด (4-2-3-1): ดิเอโก้ โลเปซ; อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, เปเป้, ฟาบิโอ โคเอนเทรา; ชาบี้ อลอนโซ่, ซามี่ เคดิร่า; อังเคล ดิ มาเรีย, เมซุต โอซิล, คริสติอาโน่ โรนัลโด้; คาริม เบนเซม่า

โค้ช: โจเซ่ มูรินโญ่

ฮอตสกอร์: เสมอผลบอล 1-1

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

เสือเหลือง อัด ชัคเตอร์ 3-0 ฉลุย 8 ทีมสุดท้าย

 


เสือเหลือง อัด ชัคเตอร์ 3-0 ฉลุย 8 ทีมสุดท้าย 
เสือเหลือง อัด ชัคเตอร์ 3-0 ฉลุย 8 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ฝ่ายสุดท้ายนัดสอง

วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2556


โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3:0 ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค
(ผลนัดแรกเสมอกัน 2:2 รวม 5:2 ดอร์ทมุนด์เข้ารอบ)


สนาม : ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (เช็ก)

 

นาที 31 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พังประตูขึ้นนำไปก่อน 1:0 จาก มาริโอ เกิทเซ่ เปิดลูกเตะมุมด้านขวามาให้ เฟลิเป้ ซานตาน่า ขึ้นโขกโป่งตาข่าย

นาที 37 "เสือเหลือง" ขยับสกอร์หนีห่างไปเป็นผลบอล 2:0 จาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เปิดบอลด้านขวาไปให้ มาริโอ เกิทเซ่ เข้าแปหน้าช่องเข้าไป

นาที 59 เจ้าบ้านมาได้ช่องที่สามเมื่อ ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้ ไหลบอลให้ อิลคาย กุนโดแกน ซัดไปตรงตัว อังเดร พาตอฟ แต่ทว่า พาตอฟ รับบอลรอดพ้นมือจนปะทะ บลาสซีคอฟสกี้ ฉกบอลไปยิงตุงตาข่าย 3:0

วิเคราะห์บอลจบเกม 90 นาที โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านเอาชนะ ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค ไปได้ 3:0 รวมผลสองนัดชนะ 5:2 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ระบบ : 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู : โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์
กองหลัง : ลูคัส พิสเซ็ค, เนเว่น ซูโบติช, เฟลิเป้ ซานตาน่า, มาร์เซล ชเมลเซอร์
กองกลาง : อิลคาย กุนโดแกน(นูริ ซาฮิน น.82), สเวน เบนเดอร์(เซบาสเตียน เคห์ล น.46) - ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้(เควิน โกรสครอยท์ซ น.70), มาริโอ เกิทเซ่, มาร์โก รอยส์
กองหน้า : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค ระบบ : 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู : อังเดร พาตอฟ
กองหลัง : ดาริโย แซร์น่า, ยาโรสลาฟ ราคิตสกี้, โอเล็กซานเดอร์ คูเชอร์, รัซวาน รัต
กองกลาง : แฟร์นันดินโญ่, โทมัส ฮุบสช์มาน(ทาราส สเตปาเนนโก้ น.82) - อเล็กซ์ ไตไซร่า, เฮนริค มิตาร์ยาน, ตาอิสัน(ดั๊กลาส คอสต้า น.46)
กองหน้า : หลุยซ์ อาเดรียโน่

สรุปผลคู่อื่นๆ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ เรอัล มาดริด 1-2 (รวมผล 2 นัด มาดริดชนะ 3-2)

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช

 


วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช 
วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

(1) แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช (12)

เวลา: 22.00 น.
สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด
คนกลาง: นีล ซวอร์บริค
ออกอากาศสด: ทรูสปอร์ต 2

 

 

 

 

 

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด

23 ก.พ. 56 ชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18 ก.พ. 56 ชนะ เรดดิ้ง 2-1 (เหย้า) เอฟเอคัพ
13 ก.พ. 56 เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก
10 ก.พ. 56 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
2 ก.พ. 56 ชนะ ฟูแล่ม 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

นอริช

23 ก.พ. 56 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
9 ก.พ. 56 เสมอ ฟูแล่ม 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
2 ก.พ. 56 เสมอ ควีนส์ปาร์ค 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
30 ม.ค. 56 เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
26 ม.ค. 56 แพ้ ลูตัน 0-1 (เหย้า) เอฟเอคัพ

ผลการพบกันนัดแรก

17 พ.ย. 55 นอริช 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

26 ก.พ. 55 พรีเมียร์ลีก นอริช 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
1 ต.ค. 54 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 นอริช
9 เม.ย. 48 พรีเมียร์ลีก นอริช 2 - 0 แมนฯ ยูไนเต็ด
21 ส.ค. 47 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2 - 1 นอริช
22 ก.พ. 38 พรีเมียร์ลีก นอริช 0 - 2 แมนฯ ยูไนเต็ด
3 ธ.ค. 37 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 1 - 0 นอริช

ความพร้อม-สภาพทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด

วิเคราะห์บอล เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าตัวเก่ง เสร็จกลับมาลงสนามได้แบบเต็มเกมในนัดนี้ หลังฟิตพอลงเล่นเป็นแค่ตัวสำรองได้ในเกมที่แล้ว เพราะเพิ่งหายล้มหมอนนอนเสื่อกลับมา ขณะที่โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงตัวหลัก น่าจะพร้อมมีชื่ออยู่ในทีมตามเดิม แม้จะเจ็บสะโพกมาจากเกมล่าสุด แต่ยังไม่แน่ว่าจะถูกหยุดพักไว้ใช้งานในเกมกับเรอัล มาดริดช่วงกลางสัปดาห์หรือเปล่า

ส่วนพอล สโคลส์ มิดฟิลด์ตัวเก๋า ยังไม่ฟิตกลับมาจากปัญหาเจ็บเข่า ขณะที่ที่ไรอัน กิ๊กส์ กองกลางรุ่นเดอะอีกคน ต้องรอช่วยว่าจะได้หนทางลงเล่นเป็นนัดที่ 1,000 ในฐานะนักเตะอาชีพในเกมนี้หรือไม่

ฟิล โจนส์ กองหลังสารพัดประโยชน์ ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าต่อไป เพื่อให้ฟิตทันเกมยุโรปนัดเอ้ โดยมีดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ มิดฟิลด์ลำไส้แปรปรวน ที่พักยาวทั้งฤดูกาลไปแล้วเพราะปัญหาสุขภาพ

ผู้เล่นบาดเจ็บ: โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (สะโพก), พอล สโคลส์ (เข่า), ฟิล โจนส์ (ข้อเท้า), ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ (ป่วย)

ความพร้อม-สภาพทีม

นอริช

อเล็กซ์ เท็ตตี้ มิดฟิลด์พวกชาตินอร์เวย์ ยังไม่ฟิตพอสำหรับเกมนี้ หลังมีตัวปัญหาเจ็บเข่าจนชวดบู๊นัดล่าสุดมาแล้ว เช่นเดียวกับแอนดรูว์ เซอร์แมน อีกหนึ่งนักเตะแดนกลาง ซึ่งยังถูกรบกวนด้วยตัวปัญหาแบบเดียวกันอยู่

ส่วนจอห์น รัดดี้ ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษ ยังคงไม่ฟิตกลับมาจากการพักยาวเพราะเจ็บต้นขา นอกจากนั้นนกขมิ้นก็พร้อมใช้งานนักเตะตัวหลัก ๆ จากชุดที่ชนะมาในนัดล่าสุดได้อีกครั้ง
เค กามาร่า กองหน้าตัวใหม่ที่ย้ายมาเสริมทัพในช่วงหน้าหนาว หวังได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงบ้าง หลังลงไปเป็นตัวสำรองแทนลูชาโน่ เบ็คคิโอ อีกหนึ่งกองหน้าตัวใหม่ และทำประตูให้ทีมได้ในนัดที่แล้ว

ผู้เล่นบาดเจ็บ: อเล็กซ์ เท็ตตี้, แอนดรูว์ เซอร์แมน (เข่า), จอห์น รัดดี้ (ต้นขา)

วิเคราะห์รูปเกม

แมนฯ ยูไนเต็ดมีเกมเอ้นัดชี้โชคชะตาแชมเปี้ยนส์ลีกรออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์ ทำให้คงจะลงเตะนัดนี้แบบห่วงหน้าพะวงหลังพอสมควร แต่ยังไงก็คงต้องเน้นในลีกให้ชัวร์ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้พระราชพงศาวดารศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนปีก่อน และนัดนี้คงจะจัดทัพชุดแกร่งพอตัวลงสนาม เพื่อหวังล้างตาเด็ดปีนกขมิ้นเหลืองอ่อนลงให้ได้ หลังเคยพลาดท่าปราชัยมาในนัดแรกที่พบกัน แม้ทีมเยือนเองจะเรียกความมั่นสจกลับมาได้จากการกลับมาชนะได้อีกครั้งในเกมล่าสุด หลังจากฝืดยาวมาพักใหญ่ แต่เกมนี้มาเตะที่รังโอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ผีแดงจะเน้นแค่ผลมากกว่าสกอร์ แต่ด้วยเกมรุกที่เฉียบขาดยังน่าจะทำให้เจ้าถิ่นเผด็จศึกไปได้แบบหายห่วง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2): ดาวิด เด เกอา; ราฟาเอล, คริส สมอลลิ่ง, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอฟร่า; อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, นานี่; เวย์น รูนี่ย์, ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ

ผู้จัดการทีม: อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

นอริช (4-4-2): มาร์ค บันน์; รัสเซลล์ มาร์ติน, เซบาสเตียน บาสซง, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, ฆาเบียร์ การ์ริโด้; โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, จอนนี่ ฮาวสัน, แบรดลี่ย์ จอห์นสัน, แอนโธนี่ พิลคิงตัน; เค กามาร่า, แกรนท์ โฮลท์

ผู้จัดการทีม: คริส ฮิวจ์ตัน

ฮอตสกอร์: แมนฯ ยูไนเต็ดชนะผลบอล 3-1

เกร็ดย่อย

*นอริชชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้ถึง 2 จาก 4 นัดหลังสุดที่พบกันในพรีเมียร์ลีก แต่ทั้งสองนัดก็เกิดขึ้นที่แคร์โรว์ โร้ด
*ชัยชนะในเกมลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดครั้งหลังสุดของนอริชเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปี 1989
*ทั้งสองทีมทำที่นี่จากลูกโหม่งรวมกัน 23 ลูกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (แมนฯ ยูไนเต็ด 13, นอริช 10)
*แมนฯ ยูไนเต็ดเสียที่นี่จากลูกยิงนอกย่านโทษแค่ลูกเดียวเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
*แมนฯ ยูไนเต็ดรักษาคลีนชีทในเกมลีกได้ 3 นัดติดเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ ซึ่งนับเป็นสถิติที่เจ็ดชั่วโคตรที่สุดของทีมนับตั้งแต่ไม่เสียประตูติดต่อกัน 5 นัดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2012
*แมนฯ ยูไนเต็ดหวังชนะเกมพรีเมียร์ลีก 5 นัดติดเป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ ซึ่งยังไม่เคยมีทีมใดทำได้มาก่อน
*แมนฯ ยูไนเต็ดจะไม่แพ้เกมลีกติดต่อกัน 16 นัดหากไม่แพ้ในนัดนี้ ซึ่งจะเป็นสถิติที่ดีกว่าที่แมนฯ ซิตี้ทำไว้ 15 นัดในการออกสตาร์ทฤดูกาลนี้
*แมนฯ ยูไนเต็ดยิงชนเสาชนคานไปแล้ว 19 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สูงที่สุดเท่ากับเอฟเวอร์ตัน
*โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ยิงชนเสาชนคานไปแล้ว 7 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งมีถึง 6 พวกที่นักเตะทั้งทีมบำเพ็ญได้รวบยอดกันยังน้อยกว่า
*แมนฯ ยูไนเต็ดเก็บคะแนนจากการเป็นเขตตามหลังได้ถึง 27 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งสูงกว่าทุกทีมและเป็นสถิติของสโมสรด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นอีกเลยนับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา
*ถ้าไรอัน กิ๊กส์ได้ลงเตะนัดนี้ก็จะเป็นเกมที่ 1,000 ในฐานะนักเตะอาชีพของเขา (สถิติปัจจุบันคือแมนฯ ยูไนเต็ด 931, เวลส์ 64, สหราชอาณาจักร 4)

ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่